แค่ประโยคเดียวก็จุดชนวนระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง หยวนหยวนสูดลมหายใจลึก ๆ เห็นท่าว่ากำลังจะระเบิด เซิ่งซินเยว่จึงรีบพูดขึ้นก่อนว่า “ใจเย็นก่อน ฟังฉันพูด”
“อย่ามาพูดหลักการอะไรกับฉันเลย! ฉันขยันขนาดนี้แล้ว แทบอยากจะกินหนังสือเข้าไปทั้งเล่ม! เธอพูดได้ยังไงว่าฉันไม่ได้เรียน!”
“ฉันไม่ได้พูดหลักการอะไรกับเธอสักหน่อย”
เซิ่งซินเยว่พูดอย่างสงบว่า “ใช่ เธอแทบจะนั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แถมยังเป็นโรคกระดูกคอเพราะนั่งก้มหน้าเรียนนาน ๆ แต่ใจของเธออยู่กับการเรียนจริง ๆ หรือเปล่า”
“ทุกวันที่เธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ สิ่งที่เธอสนใจทั้งหมดคือ วันนี้ฉันเรียนไปนานแค่ไหนแล้ว ฉันเครียดมาก เหนื่อยมาก ไม่ใช่ว่าฉันเรียนรู้อะไรไปบ้าง ความขยันที่เธอพูดถึงเป็นแค่การทำให้ตัวเองเห็น และสุดท้ายเธอก็หลอกตัวเองได้สำเร็จ”
【??? ฟังแล้วตาสว่างเลยค่ะอาจารย์ อีกไม่นานฉันก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ตอนนี้ฉันเหมือนกำลังเป็นแบบนี้เลย!】
【พระเจ้า ทุกวันฉันตั้งใจขีดเส้นใต้ใจความสำคัญตอนเรียน จดโน้ตได้ประณีตสุด ๆ แต่พอมาคิดตอนนี้ ทุกครั้งที่จดโน้ต ฉันเอาแต่คิดว่าจะใช้ปากกาสีไหนเขียนแล้วดูสวย ต่อให้เขียนผิดไปตัวเดียวก็รู้สึกว่ามันทำลายความสวยของโน้ต จากนั้นก็ฉีกกระดาษทั้งแผ่นทิ้งแล้วเขียนใหม่ แต่เอาเข้าจริง พอจดเสร็จฉันก็แทบไม่เคยเปิดอ่านเลย! ฉันนึกว่าตัวเองตั้งใจเรียน แต่กลับเอาความตั้งใจไปใช้ผิดที่เสียหมด!】
【…พอเถอะครับ เหงื่อแตกพลั่กแล้ว อาจารย์】
เซิ่งซินเยว่พูดอย่างสงบว่า “จริง ๆ แล้วในใจเธอไม่ได้อยากสอบปริญญาโทเลย ตอนสอบปริญญาโทครั้งแรก เธอแค่ไม่พอใจที่แม่ชมลูกชายของเพื่อน เพราะเมื่อก่อนผู้ชายคนนั้นด้อยกว่าเธอทุกด้าน เธอคิดว่าในเมื่อเขาสอบติดได้ตั้งแต่ครั้งแรก เธอก็ต้องทำได้เหมือนกัน เธอคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่น ก็เลยไม่ได้ทบทวนหนังสืออย่างจริงจัง ผลก็เลยสอบไม่ติดอย่างที่ควรจะเป็น”
