เซิ่งซินเยว่พลิกตัวลุกพรวดขึ้นนั่ง!
ทั้งที่เข้าสู่ฤดูร้อนแล้วแท้ ๆ แต่ไม่รู้ทำไม อุณหภูมิกลับลดต่ำลงอย่างผิดปกติ มือเท้าเย็นเฉียบราวกับแช่อยู่ในน้ำแข็ง
“เซิ่ง...ซินเยว่...”
อาศัยแสงจันทร์ริบหรี่จากนอกหน้าต่าง เซิ่งซินเยว่เห็นว่าเมิ่งเถียนเอ๋อร์บนเตียงอีกฝั่งก็กำลังยันตัวลุกขึ้นเช่นกัน ท่าทีคมกริบในตอนกลางวันหายไปจนหมดสิ้น
ตอนนี้ทั่วทั้งร่างของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว สั่นระริกราวกับลูกนกตกน้ำ “เธอก็ได้ยินเหมือนกันเหรอ?”
“ชู่ว”
เซิ่งซินเยว่ยกนิ้วแตะริมฝีปากเป็นสัญญาณให้เงียบ ก่อนจะค่อย ๆ ย่องลงจากเตียง
เมิ่งเถียนเอ๋อร์ตะลึงงัน เสียงสั่นเครือ “เธอจะไปไหน!”
เซิ่งซินเยว่เหลือบมองโทรศัพท์ ตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่งครึ่งแล้ว
เธอถอนหายใจ
เกิดเรื่องขึ้นจนได้
ในโถงทางเดิน เสียงส้นสูงเรียวเล็กกระทบพื้นกระเบื้องดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับเสียงนาฬิกาจับเวลาที่ถูกยืดให้ช้าลงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งแข็งทื่อและเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ดังจากปลายด้านหนึ่งของทางเดินไปอีกด้าน แล้ววกกลับมาอีกครั้ง ชัดเจนราวกับมีใครกำลังเดินไปมาบนกะโหลกศีรษะ ก่อนเสียงสะท้อนจะก้องอยู่ในสมองอันว่างเปล่า
เซิ่งซินเยว่พูดว่า “ฉันจะออกไปดูหน่อย”
เมิ่งเถียนเอ๋อร์ร้องเสียงหลง “เธอบ้าไปแล้วหรือไง!?”
ในห้องพักมีแค่พวกเธอสองคน ถ้าเซิ่งซินเยว่ออกไป ก็เท่ากับว่าเหลือเธออยู่คนเดียวน่ะสิ?
แค่คิดเมิ่งเถียนเอ๋อร์ก็กลัวจนขนลุกซู่!
