บรรยากาศในห้องรับแขกอึมครึมจนอึดอัด ถานเหวินเสวียนนวดขมับ เมื่อถูกภรรยาซักถามต่อหน้าลูกทั้งสี่คน ต่อให้เรื่องนี้เป็นความผิดของเขา แต่ก็ยังอดรู้สึกเสียหน้าไม่ได้
“ถึงเรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริง แต่ผมก็แค่เล่น ๆ กับเธอเท่านั้น เจียวเพิ่น ผมรู้ว่าผมทำผิดต่อคุณ แต่ตอนนี้พวกเราต่างหากที่เป็นครอบครัวเดียวกัน สิ่งที่ต้องทำคือแก้ปัญหาตรงหน้า ไม่ใช่มาซักไซ้ผมตอนนี้!”
เจียวเพิ่นแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “ถานเหวินเสวียน คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่?!”
เธอไม่เคยนึกเลยว่า หลังจากทำเรื่องแบบนี้ลงไปแล้ว สามียังจะพูดจาอย่างหน้าชื่นตาบานได้ถึงขนาดนี้!
ถานเหวินเสวียนกระสับกระส่าย “อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น ผมก็แค่ทำผิดเหมือนผู้ชายทั่วไปทั้งโลก อีกอย่าง ผมแค่หลงผิดไปชั่วขณะ ไม่ได้หมายความว่าผมหักหลังคุณจริง ๆ”
คำพูดแบบผู้ชายเลว ๆ ที่พบเห็นได้ทั่วไปเช่นนี้ ทำให้ถานชิงชิงซึ่งนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ตาค้างไปเลย
ไม่ว่าเมื่อไร ความคิดของผู้หญิงกับผู้ชายก็มักแตกต่างกันอยู่บ้าง
ชั่วขณะนั้น เธอรู้สึกว่าถานเหวินเสวียนตรงหน้ากลายเป็นคนแปลกหน้าไปแล้ว
“พวกเธอมองอะไรกันแบบนั้น?”
ถานเหวินเสวียนทนบรรยากาศอึมครึมเช่นนี้ไม่ไหว เขาตบโต๊ะดังปังแล้วตวาด “พวกเธอเป็นครอบครัวของฉัน ไม่ว่าเมื่อไรเราก็ต้องอยู่ฝ่ายเดียวกัน ถ้าฉันได้ดีพวกเธอก็ได้ดี ถ้าฉันเสียหายพวกเธอก็เสียหายไปด้วย!”
“ตอนนี้ใช่เวลามาทะเลาะกันหรือไง? ช่วยแก้ปัญหาตรงหน้าก่อน แล้วค่อยพูดเรื่องอื่นที่ไม่เป็นเรื่องได้ไหม!”
