เรื่องนี้ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง
พอได้ยินเธอเรียกชื่อถานเหวินเสวียนตรง ๆ จ้าวจงเสียงก็พลันตระหนักได้ว่า ความขัดแย้งระหว่างพวกเขาลึกซึ้งอย่างที่เฉิงหลีพูดจริง ๆ และมีโอกาสสูงว่าจะถึงขั้นไม่อาจประสานรอยร้าวได้แล้ว
เขาไม่คิดปกปิดแทนถานเหวินเสวียนอีกต่อไป จึงพยักหน้าตรง ๆ “ใช่ครับ แต่คุณหนูเซิ่ง เมื่อคืนผมไม่รู้เรื่องจริง ๆ คุณถานบอกว่าเขาเป็นพ่อของคุณ ผมก็ต้องฟังเขา ผมเลยทำได้แค่นั้น...”
“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก”
เซิ่งซินเยว่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ตอนนี้ก็ปลดการปิดกั้นแล้วไม่ใช่เหรอ? วางใจเถอะ ฉันไม่เอาเรื่องคุณหรอก ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความแล้ว”
จ้าวจงเสียงซาบซึ้งจนน้ำตาคลอทันที
ฟังสิ ฟังสิ!
คุณหนูเซิ่งไม่เพียงมีเหตุผล ทั้งยังใจกว้างอีกด้วย!
ดีกว่าตาเฒ่าถานเหวินเสวียนไม่รู้ตั้งกี่เท่า
ถึงเซิ่งซินเยว่จะพูดอย่างนั้น แต่จ้าวจงเสียงก็ไม่ลืมว่าจุดประสงค์หลักที่เขามาครั้งนี้คือขอโทษ
เจ้าตัวจะไม่เอาเรื่องก็ได้ แต่เขาต้องแสดงท่าทีให้ถูกต้อง
เขารีบกล่าวว่า “คุณหนูเซิ่ง ผมจองห้องส่วนตัวไว้ที่ร้านอิ๋นเฮ่อแล้ว เรื่องครั้งนี้ยังไงผมก็ปัดความรับผิดชอบไม่พ้น คุณช่วยให้เกียรติผม มอบโอกาสให้ผมได้ขอโทษด้วยนะครับ...”
เซิ่งซินเยว่กำลังจะบอกว่าไม่ต้อง ทันใดนั้นก็เห็นแสงสีทองวูบหนึ่งตรงลำคอของเขา
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “สร้อยคอที่คุณใส่อยู่ ใครให้มาหรือ?”
จ้าวจงเสียงชะงักไปนิด “สร้อยคอเหรอครับ?”
เขาดึงสร้อยทองเส้นหนึ่งออกมาจากคอ “ภรรยาผมให้มาเป็นเครื่องราง บอกว่าไปขอมาจากวัดไหนสักแห่ง พระอาจารย์ปลุกเสกให้แล้วด้วย...”
