“แล้วอย่างไรคะ?”
เซิ่งซินเยว่ทำราวกับฟังไม่ออกถึงความไม่พอใจในคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “คุณย่าทวดคะ ฉันยอมพามันกลับมาส่งก็เพราะเห็นแก่พ่อแม่ของฉัน ไม่อย่างนั้นถ้ามันตกอยู่ในมือฉัน มันคงรักษาชีวิตไว้ไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“ตอนนี้ฉันยอมไว้ชีวิตมันก็ถือว่าไว้หน้าคุณแล้ว หรือคุณยังอยากให้มันบำเพ็ญเพียรต่อไปอีกคะ?”
เธอรู้ว่าคุณย่าทวดหวงคนของตัวเอง เมื่อครู่จึงจงใจแจกแจงความผิดของเจ้าเพียวจือต่อหน้าอีกฝ่าย เพื่อกดดันให้คุณย่าทวดต้องมอบคำอธิบายที่เธอพอใจ
ตอนนี้แม้คุณย่าทวดจะนำแส้หางจิ้งจอกออกมาแล้ว แต่แค่นั้นยังไม่พอ
เจ้าเพียวจือตัวนี้ทำชั่วมานับไม่ถ้วน จะปล่อยมันไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?
ถึงขั้นจะเก็บกระดูกวิญญาณของมันไว้ให้มันใช้บำเพ็ญเพียรต่อในภายหน้าอีก...
เรื่องดี ๆ แบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก
เธอรู้ดีว่าตอนนี้อีกฝ่ายไม่พอใจอย่างยิ่ง
แต่แล้วอย่างไรล่ะ?
หลังจากรู้ว่าคุณย่าทวดกับพ่อแม่ของเธอเป็นคนรู้จักเก่ากัน ตอนนี้เธอก็สนิทกับอีกฝ่ายมากขึ้นไม่น้อย แต่เรื่องหนึ่งก็ส่วนเรื่องหนึ่ง
แรงกดดันจากคุณย่าทวดเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เซิ่งซินเยว่เองก็ไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย
ทั้งสองฝ่ายไม่พูดอะไรสักคำ ทว่าบรรยากาศชวนอึดอัดค่อย ๆ แผ่คลุม ราวกับแม้แต่เวลาก็หยุดนิ่งไปด้วย
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดเสียงของคุณย่าทวดหวงซื่อสี่ก็ผ่อนลงอย่างฉับพลัน “ดี ดี ดีจริง ๆ เซิ่งซินเยว่ เธอนี่เก่งเหลือเกิน!”
เซิ่งซินเยว่มีท่าทีสบาย ๆ “ขอบคุณที่ชมค่ะ”
