เลขาเสิ่นอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็เอ่ยขึ้นว่า “ทุกวงการต่างก็มีกฎที่ไม่เป็นทางการของตัวเองทั้งนั้น ครั้งนี้คุณบังเอิญจับได้ แล้วเรื่องที่คุณยังจับไม่ได้ล่ะ? คุณรับประกันได้ไหมว่าตอนนี้อาคารทุกแห่งข้างนอกได้มาตรฐานหมด?”
“ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าไม่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ อาคารพวกนั้นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัยเลยสักนิด!”
“ก็มีเหตุผล”
เซิ่งซินเยว่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “เข้าใจแล้ว ดูท่าว่าจะต้องทำให้น้ำขุ่นกว่านี้อีกหน่อย”
เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา ส่งข้อความเสียงหาจ้าวจงเสียง “คุณอาจ้าว ช่วยเรียกร้องให้ทุกคนบอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทีค่ะ ว่าอย่าตรวจแค่หมู่บ้านนั้น หมู่บ้านอื่น ๆ ก็ตรวจด้วย”
“เพราะถ้าคุณเจอแมลงสาบหนึ่งตัวในบ้าน ก็แปลว่าในที่ที่มองไม่เห็น พวกมันคงแพร่พันธุ์จนเต็มไปหมดแล้ว”
เลขาเสิ่น “!”
หมู่บ้านที่มีปัญหามีแค่แห่งเดียวเสียที่ไหน!
เดิมทีเธอตั้งใจจะใช้คำพูดแบบนั้นย้อนเซิ่งซินเยว่ ใครจะคิดว่ากลับเป็นการเตือนอีกฝ่ายเสียเอง
ถ้าตรวจสอบกันเป็นวงกว้างแบบนี้ คนอีกมากมายย่อมถูกลากเข้ามาพัวพัน ความเสียหายยิ่งต้องหนักหนาสาหัสกว่าเดิม นี่มันยกหินทุ่มใส่เท้าตัวเองชัด ๆ!
ตอนนี้เลขาเสิ่นเสียใจสุดขีด เธอกลืนน้ำลายลงคอ เสียงสั่นพร่าอยู่หลายส่วน “คุณเซิ่ง… ตอนนี้เราจะไปไหนกันคะ?”
เดิมทีจุดหมายของพวกเธอคือริมแม่น้ำ
แต่ตอนนี้แม้เธอจะนั่งอยู่หลังพวงมาลัย ก็สูญเสียอำนาจควบคุมไปหมดแล้ว
