ถานชิงชิงกลัวจนแทบตาย แต่ตอนนี้เธอตัวคนเดียว ไม่มีใครให้พึ่งพา เดิมทีเธอตามลั่วอวิ๋นเจี่ยนกับหนิงชูมา ทว่าตอนนี้ลั่วอวิ๋นเจี่ยนดึงหนิงชูวิ่งหนีไปแล้ว เธอจึงตกอยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วน
ยิ่งคนอื่นหวาดกลัวมากเท่าไร ในใจเธอกลับยิ่งฮึกเหิมขึ้นมาเท่านั้น
เธอตั้งสติแล้วพูดว่า “จะกลัวอะไรล่ะ พี่ซินเยว่กับคุณชายเสี่ยคนเล็กยังอยู่ข้างบนนี่นา อีกอย่าง บนโลกนี้ก็ไม่มีผีอยู่แล้ว ต่อให้มี ผู้กำกับอู๋ก็พูดไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าที่นี่เชิญอาจารย์มาทำพิธีปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เพราะฉะนั้นต้องปลอดภัยแน่นอน...”
เธออยากสร้างภาพลักษณ์ของคนกล้าหาญที่ยังมีสติท่ามกลางผู้คนซึ่งกำลังตื่นกลัว
แต่ถังไป๋กับหลี่ลั่วซีกลับไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูดเลย
ทั้งสองจ้องมองด้านหลังของเธอด้วยสีหน้าหวาดผวา ถังไป๋พูดเสียงสั่นงันงกว่า “ถัน...ชิงชิง ข้างหลังเธอ...”
หัวใจของถานชิงชิงพลันบีบรัด เธอค่อย ๆ หันกลับไปอย่างเชื่องช้า ทั้งยังพูดว่า “ข้างหลังฉันจะมีอะไรได้ พวกคุณแค่มองผิดไปเองแล้วก็ทำให้ตัวเองกลัว...อ๊าก!!!”
เสียงกรีดร้องดังสนั่นหวั่นไหว!
ผีชุดแต่งงานผิงผิงยังถึงกับหยุดชะงักเพราะเสียงร้องของเธอ จนอยากยกมือขึ้นปิดหู
เธอยังคลุมผ้าปิดหน้าอยู่เลย น่ากลัวขนาดนั้นเชียวหรือ?
ผิงผิงจะไปรู้ได้อย่างไรว่า ชุดแต่งงานสีแดงกับผ้าคลุมหน้าแดงนั้นเป็นของเด็ดในหนังสยองขวัญแบบจีน!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบรรยากาศพิเศษเช่นนี้ ทุกอย่างมืดมิดจนมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้เพียงราง ๆ ป้ายทางออกฉุกเฉินในโถงบันไดส่องแสงสีเขียวเรืองรอง ขณะที่ไม่ไกลออกไป เงาร่างหนึ่งสวมชุดแต่งงานสีแดงและคลุมหน้าด้วยผ้าแดง กำลังลอยเข้ามาอย่างช้า ๆ...
