“เธอไปทำอะไรอีกแล้ว?”
พอได้ยินชื่อนี้อีกครั้ง เจียวเพิ่นก็แทบมีปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรง น้ำเสียงแหลมขึ้นไม่น้อย “ตอนนี้เธอตั้งใจจะหาเรื่องพวกเราใช่ไหม!”
“แม่เห็นตาผมหรือยัง ฝีมือผู้หญิงที่ชื่อเมิ่งเถียนเอ๋อร์ทั้งนั้น ตอนเธอลงมือกับผม เซิ่งซินเยว่ก็ยืนอยู่ข้าง ๆ!”
“แต่เธอไม่เพียงไม่ห้าม ยังยืนเยาะเย้ยถากถางอยู่ข้าง ๆ คอยยุยงให้เรื่องบานปลายอีก แม่ไม่สังเกตหรือไง? เรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเราตอนนี้ ไม่มากก็น้อยล้วนเกี่ยวข้องกับเซิ่งซินเยว่ ใครจะไปรู้ว่าเธอแอบทำอะไรอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า!”
เมื่อเขาเตือนขึ้นมา เจียวเพิ่นก็เริ่มนึกได้เช่นกัน สีหน้าครุ่นคิดขึ้นมา
ถานหมิงเย่ก้มลงลูบรอบดวงตา ความเจ็บทำให้เขาอดแยกเขี้ยวไม่ได้
แต่ในจังหวะที่เขาก้มหน้า เจียวเพิ่นกลับเห็นบางอย่างเข้า ใบหน้าถึงกับกระตุก “หมิงเย่ ผมของลูกเป็นอะไรไป?”
“อะไรนะ?”
ถานหมิงเย่ยกมือขึ้นโดยไม่รู้ตัว แล้วก็—
สัมผัสได้ถึงหนังศีรษะเกลี้ยงเกลาเป็นหย่อมหนึ่ง
ดวงตาของเขาเบิกกว้างทันที “เกิดอะไรขึ้น!”
ปลายนิ้วเลื่อนไปบนหนังศีรษะส่วนนั้นอย่างไม่อยากเชื่อ มันเรียบลื่นมาก
แต่มันจะเรียบเกินไปแล้วไหม!
ถานหมิงเย่คุกเข่าต่อไม่ไหวอีกแล้ว เขาพรวดพราดลุกขึ้นจากพื้นแล้ววิ่งตรงเข้าไปในห้องน้ำ
ครู่ใหญ่ต่อมา เสียงร้องอย่างสิ้นหวังก็ดังมาจากห้องน้ำ “อ๊าก!!!”
ถานหมิงเย่เกาะกระจกแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและไม่อยากเชื่อ
