“ยากเกินไปแล้ว ยากจริง ๆ…”
เสี่ยวหวงน้ำตาคลอเบ้า
ในที่สุดมันก็ไม่ต้องเดิน ๆ อยู่แล้วจู่ ๆ ก็พบว่าหัวตัวเองหายไปอีก
“ซินเยว่!”
เซี่ยจือเหยียนรีบพุ่งเข้าไปประคองเซิ่งซินเยว่ขึ้นจากพื้นเป็นคนแรก แววตาฉายความเป็นห่วง “คุณเป็นยังไงบ้าง ไหวไหม?”
พอยกมือแตะเสื้อผ้าของเธอ เซี่ยจือเหยียนก็เพิ่งสังเกตว่าเสื้อของเซิ่งซินเยว่เปียกโชก ร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้าแทบจะชุ่มไปด้วยเหงื่อ!
เซิ่งซินเยว่เอนศีรษะพิงไหล่เขาอย่างไร้เรี่ยวแรง รู้สึกเหมือนพลังทั่วร่างถูกสูบออกไปจนหมด แม้แต่จะยกนิ้วก็ยังทำไม่ได้
กี่ปีมาแล้วนะ
เธอไม่ได้เหนื่อยขนาดนี้มากี่ปีแล้ว
“ฉัน…ยังไหว ยังพอฝืนต่อได้”
เซิ่งซินเยว่พูดเสียงแผ่ว ตอนนี้เธออาศัยเพียงความมุ่งมั่นของตัวเองเท่านั้น ถึงยังไม่หมดสติไป
“เหลือจุดศูนย์กลางค่ายกลสุดท้ายแล้ว”
มีเพียงแก้จุดศูนย์กลางค่ายกลสุดท้ายได้ พวกเขาถึงจะออกจากโลกต่างมิตินี้ไปได้อย่างแท้จริง
จงซิวหมิงถามอย่างตื่นเต้น “อยู่ที่ไหน?”
“พวกเราไปจัดการมันเดี๋ยวนี้เลย!”
โลกบ้า ๆ นี่ทำให้เขาอัดอั้นจนแทบคลั่ง!
ถึงในนี้พวกเขาจะเหมือนไม่เคยเจออันตราย ไม่มีการต่อสู้ดุเดือด หรือการโจมตีที่จู่ ๆ ก็พุ่งเข้ามา
แม้บางครั้งร่างกายจะมีชิ้นส่วนหลุดออกจากตัว แต่ก็เป็นเพราะมิติแปรปรวน ไม่ได้ทำให้พวกเขาบาดเจ็บแต่อย่างใด
แต่กลับเป็นเพราะอย่างนี้ พวกเขาถึงยิ่งโมโหจนไม่มีที่ระบาย
