“ตอนนี้พูดเรื่องพวกนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว”
จางเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะเบา ๆ “ตลอดชีวิตของฉัน ดิ้นรนอยู่ในบ่อโคลนมาตลอด แต่สุดท้ายเพิ่งได้รู้ว่า คนอย่างฉันควรจะเน่าอยู่ในโคลนตั้งแต่แรกแล้ว”
“ถ้าฉันไม่เคยคิดจะต่อต้านตั้งแต่แรก ก็คงไม่ได้เห็นโลกภายนอกอันแสนงดงามนี้ ถ้าไม่เคยเห็นโลกภายนอก ฉันก็คงยอมรับชีวิตห่วย ๆ ของตัวเองได้ง่าย ๆ เหมือนพี่สาวทั้งหลาย”
“ทั้งที่ตอนนั้นพวกพี่ ๆ กำชับฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าต้องตั้งใจเรียน ต้องตั้งใจเรียนให้ดี ความรู้เปลี่ยนชะตาชีวิตได้ ฉันจำคำพูดของพวกพี่ได้ขึ้นใจ ตั้งใจเรียนทั้งวันทั้งคืน ในที่สุดก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ในที่สุดก็มีงานของตัวเอง แต่ตอนพ่อแม่จะบังคับให้ฉันแต่งงานกับชายแก่ที่ยังโสด ฉันขอความช่วยเหลือจากพวกพี่ พวกพี่กลับบอกฉันว่า ช่างมันเถอะ”
“ช่างมันเถอะงั้นเหรอ? พวกพี่บอกฉันว่าให้ช่างมันเถอะจริง ๆ เหรอ!?”
“จะช่างมันได้ยังไง!”
จางเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะลั่น ทว่าน้ำตากลับไหลออกจากหางตาอย่างห้ามไม่อยู่ “ฉันเองก็อยากช่างมันเหมือนกัน!”
“แต่ยิ่งเห็นโลกอันแสนงดงามนี้ ฉันก็ยิ่งอยากหนีจากหุบเหวอันน่าสะพรึงกลัวนั่น ชีวิตของฉันเอาแต่เริ่มต้นเดินทาง แต่ไม่เคยได้ออกเดินทางอย่างจริงจังเลย แล้วจะให้ฉันช่างมันได้ยังไง!!!”
เสียงร้องไห้ที่แตกสลายกระทบผนัง ก่อนสะท้อนกลับมา วนเวียนอยู่ข้างหูทุกคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ห้องพักฟื้นเงียบสนิท
ไม่มีใครพูดอะไร
ความเงียบอันชวนประหลาดแผ่ขยายออกไป จางเหมี่ยวเหมี่ยวสูดจมูกแรง ๆ “คุณไม่อยากรู้เหรอว่าแมลงกู่มาจากไหน”
