จงซิวหมิงหรี่ตาลง “คุณหมายถึง...”
“วิญญาณเป็นมีความแค้นฝังลึก แม้หลังจากหลอมสำเร็จแล้วจะเชื่อฟังผู้ควบคุมทุกอย่าง แต่ระหว่างกระบวนการหลอม มันยังเป็นสิ่งไร้เจ้าของ ทั้งดุร้ายและอำมหิต หากเผลอเพียงนิดเดียวก็อาจถูกมันย้อนทำร้าย ดังนั้นเพื่อรับประกันความสำเร็จ ผู้ควบคุมต้องมั่นใจเต็มร้อยก่อนจึงจะลงมือ”
“วิญญาณเป็นที่เพิ่งถูกแยกออกมายังไม่มีสติรับรู้ ไม่มีความทรงจำ จะโจมตีทุกคนที่มองเห็นโดยไม่รู้ตัว มีเพียงเลือดของญาติสนิทเท่านั้นที่ช่วยปลอบประโลมอารมณ์ของมัน ทำให้คงอยู่ในสภาวะมั่นคงได้”
“แต่เลือดนี้ก็มีเงื่อนไข”
“ต้องเป็นเลือดที่ญาติสนิทยินยอมหลั่งออกมาเอง และต้องเป็นเลือดจากหัวใจ แต่เพราะนิ้วทั้งสิบเชื่อมโยงกับหัวใจ เลือดจากปลายนิ้วก็ใช้ได้เช่นกัน เมื่อผู้ควบคุมได้เลือดของญาติสนิทมาแล้ว ก็จะใช้พันธนาการแห่งสายเลือดควบคุมวิญญาณเป็นได้ในเบื้องต้น”
เซิ่งซินเยว่ถามว่า “คุณอาเฉิน คนที่บอกคุณว่าใช้วิธีนี้เรียกวิญญาณของเฉินซู่กลับมาได้คือใครคะ?”
เฉินเจี้ยนกั๋วพูดอย่างเหม่อลอย “เป็นอาจารย์คนหนึ่งเหมือนกัน จริง ๆ แล้วผมก็จำไม่ค่อยได้ พวกเราหาอาจารย์มามากเกินไป แต่ละคนก็เสนอวิธีมาเยอะแยะ...”
“อาจารย์พวกนั้นมีช่องทางติดต่อไหมคะ?”
“มี มีสิ”
เฉินเจี้ยนกั๋วรีบตอบ “เพราะมีคนเยอะ ตอนนั้นพวกเราก็เลยตั้งกลุ่มให้อาจารย์พวกนั้น...”
เขายื่นโทรศัพท์ให้เซิ่งซินเยว่ เธอก้มลงมอง “...”
