ออกจากหอเทียนจีมาได้ไม่กี่ก้าว ใครจะคิดว่าหยาดฝนเม็ดโตจะเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก
ฝนห่าใหญ่นี้มาอย่างกะทันหัน ทั้งที่เมื่อสิบนาทีก่อนแดดยังจ้าอยู่แท้ ๆ พริบตาเดียวเมฆดำก็ปกคลุมเต็มฟ้า ผู้คนบนถนนต่างยกมือปิดศีรษะวิ่งหนีกันวุ่นวาย พลางบ่นด่าพึมพำไม่หยุด
ถนนที่เดิมทีพลุกพล่าน เพียงชั่วพริบตาก็แทบไม่เหลือผู้คน
ฝนตกหนักขนาดนี้ แถมไม่ได้พกร่มมา เซิ่งซินเยว่จึงจำต้องหาร้านหนังสือเข้าไปหลบฝนก่อน
ฝนห่านี้…
ดูจะผิดปกติอยู่บ้าง
เธอพลิกหนังสืออ่านอย่างเบื่อหน่าย พลางเหลือบมองขอบฟ้าสองสามครั้ง
ท่ามกลางม่านฝนพร่ามัว จู่ ๆ ก็มีเสียงแว่วมาอย่างเลือนราง
เธอหันไปมองตามเสียงโดยไม่รู้ตัว แล้วก็เห็นเด็กชายคนหนึ่งเดินออกมาจากหัวมุมถนนไม่ไกลนัก เสื้อผ้าที่สวมบางเบาและเปียกโชกไปทั้งตัว เขาอ้าปากร้องไห้ พลางตะโกนเรียกแม่ไม่หยุด ดูท่าแล้วคงพลัดหลงกับครอบครัว
ฝนห่าใหญ่ทำให้แสงสว่างหม่นลงมาก ทั้งที่เพิ่งเป็นเวลาเย็น แต่กลับดูราวกับเป็นกลางคืน
เด็กชายเดินโซเซ ใบหน้าเปียกชุ่มจนไม่รู้ว่าเป็นน้ำฝนหรือน้ำตา ดูน่าสงสารและไร้ที่พึ่งยิ่งนัก
แววตาของเซิ่งซินเยว่พลันเคร่งขรึมขึ้น
เธอเห็นว่าฝาท่อระบายน้ำข้างทางถูกใครสักคนเปิดออกตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้!
ปากท่อมืดสนิทเปิดอ้าอยู่ ส่วนเด็กชายเอาแต่ร้องไห้ ไม่ได้มองทางเลยแม้แต่น้อย
