คำพูดของเขาฟังดูขบขัน ทำให้ทั้งสามคนหัวเราะออกมาพร้อมกัน
เซิ่งซินเยว่ใช้นิ้วคลึงพวงหรีด พลางชะโงกหน้ามองเข้าไปข้างใน
บริเวณด้านในสุดของสถานฌาปนกิจมีแสงสว่างไม่มากนัก บางทีอาจเป็นเพราะตัวอาคารด้วย แสงแดดจึงดูเหมือนส่องเข้าไปไม่ถึง บรรยากาศภายในแผ่ความหม่นหมองออกมา
สายตาของเซิ่งซินเยว่กวาดมองหุ่นกระดาษเหล่านั้นอย่างลึกซึ้ง หุ่นกระดาษไม่อาจวาดดวงตาได้ เบ้าตาว่างเปล่าจึงจ้องมองออกมาข้างนอกตรง ๆ ยิ่งมองนานก็ยิ่งทำให้รู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง
“คุณลุง ไม่ทราบว่าควรเรียกคุณลุงว่าอะไรดีคะ?”
เจ้าของสถานฌาปนกิจชะงักไป ก่อนจะยิ้มตอบ “ทุกคนเรียกผมว่าเถียนจื่อ พวกคุณจะเรียกผมว่าลุงเถียนก็ได้”
เสียงบ่นเล็กน้อยของจงหมิงซิวดังมาจากด้านหลัง “ทิ้งให้ผมล้างจานอยู่คนเดียว แล้วพวกคุณมาที่นี่กันทำไม?”
ลุงเถียนมองเขา “แล้วคนนี้คือ...”
เซิ่งซินเยว่ตอบ “บอดี้การ์ดของฉันค่ะ”
มุมปากของจงหมิงซิวกระตุก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร
ทั้งสามคนคุยกันต่ออีกสองสามคำ เซิ่งซินเยว่จึงเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นลุงเถียนทำธุระต่อเถอะค่ะ พวกเราจะไม่รบกวนลุงทำมาค้าขายแล้ว”
“ได้ ๆ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”
ลุงเถียนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ เซิ่งซินเยว่กับอีกสองคนจึงหันหลังเดินจากไป
ทันทีที่หันหลัง สีหน้าของเซิ่งซินเยว่กับจงหมิงซิวก็เคร่งขรึมลงพร้อมกัน
“คุณก็สังเกตเห็นเหมือนกันใช่ไหม?”
จงหมิงซิวถาม “สถานฌาปนกิจแห่งนี้...มีอะไรไม่ชอบมาพากล”
