“ก็ไม่มีอะไรหรอก...”
หนิงชูคิดจะกลบเกลื่อน แต่พี่เหมยจะยอมปล่อยโอกาสนี้ให้เธอได้อย่างไร?
อีกฝ่ายเอ่ยเสียงเย็นเยียบทันที “ฉันแนะนำให้เธอสารภาพมาตามตรงดีกว่า รู้ไหมว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนภาพลักษณ์? ตั้งแต่เข้าวงการมา เธอก็มีจุดยืนต่างจากดาราสาวดาวรุ่งพวกนั้น เป็นนักแสดงฝีมือดีในวงการ บทนี้สำคัญกับเธอมาก มีโอกาสสูงที่จะได้รางวัลด้วย!”
“ถึงตอนนั้นสถานะในวงการของเธอก็อาจยกระดับขึ้นอีก ตอนที่เธอแข่งกับอวี๋หว่านชิงเพื่อชิงบทนี้ ทั้งสองฝ่ายแทบจะฉีกหน้ากันจนเลือดตกยางออก แฟนคลับของอวี๋หว่านชิงยังเที่ยวปล่อยข่าวข้างนอกว่าเธอได้บทนี้มาเพราะใช้เส้นสายแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ลับ ๆ”
“สถานะของจักรพรรดิภาพยนตร์ลั่วในวงการ เธอกับฉันต่างก็รู้ดี ฉันรู้ว่าเธอได้บทนี้มาเพราะความสามารถของตัวเองล้วน ๆ แต่ถ้าคนอื่นรู้ว่าระหว่างเธอกับเขามีอะไรบางอย่าง เธอคิดว่าพวกเขาจะไม่มองว่าบทนี้ได้มาเพราะอาศัยบารมีจักรพรรดิภาพยนตร์ลั่วหรือ?”
“ถึงตอนนั้นทุกอย่างก็สูญเปล่าหมด!”
“ต่อให้เธอออกมาชี้แจง ใครจะฟัง? ใครจะเชื่อ? ผู้หญิงในวงการบันเทิงก็ลำบากอยู่แล้ว หนิงชู เธอนี่นะ เมื่อก่อนออกจะรู้ความมาตลอด!”
พี่เหมยกล่าวอย่างปวดใจ “ฉันไม่สนหรอกว่าระหว่างพวกเธอสองคนจะมีอะไรกันหรือเปล่า แต่ตอนนี้! ณ เวลานี้! เธอต้องปิดเรื่องนี้ให้มิด!”
หนิงชูทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ “พี่เหมย เรื่องที่พี่พูดฉันรู้หมดแล้ว พี่วางใจเถอะ ฉันไม่ใช่คนผลีผลามขนาดนั้นหรอก...อีกอย่าง เรายังไม่ได้เริ่มต้นอะไรกันเลย ตอนนี้ฉันกับเขาไม่มีความสัมพันธ์อะไรกันจริง ๆ”
