เมิ่งเถียนเอ๋อร์กลอกตาอย่างไม่คิดจะปิดบัง “เธอเป็นอะไรหรือเปล่า? ตอนนี้เรามีเบาะแสใหม่ก็จริง แต่เธอช่วยวิเคราะห์ก่อนได้ไหมว่าแค่สองคำนี้ ‘ลิ้นชัก’ หมายถึงอะไรกันแน่? แล้วที่บอกให้รีบ รีบไปทำอะไร รีบเดินเตร่ไปทั่วเหมือนแมลงวันไร้หัวหรือไง?”
“เธอตลกหรือไง ยังไม่รู้จุดหมายที่แน่ชัดด้วยซ้ำ แต่กลับเร่งให้คนอื่นไปด้วยกัน เธอนี่ช่างน่าขันจริง ๆ”
ถานชิงชิงถูกสวนกลับจนอกกระเพื่อมด้วยความโมโห แต่ภาพลักษณ์ที่สร้างไว้จะพังไม่ได้ “แต่พวกเรายืนเฉย ๆ อยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมานะ!”
เธอรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม คนพวกนี้เหมือนจงใจเล่นงานเธอ
ทำไมทุกครั้งที่เซิ่งซินเยว่พูด ทุกคนถึงตั้งใจฟัง แต่พอเธอพูดกลับไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด?
“มีแค่เธอคนเดียวหรือเปล่าที่เอาแต่ยืนเฉย ๆ?”
เมิ่งเถียนเอ๋อร์ตอกกลับ “ทุกคนกำลังช่วยกันคิดวิเคราะห์อยู่ชัด ๆ เธอกลับคิดว่าพวกเรายืนเฉย ๆ ดูท่าเธอคงไม่ใช้สมองคิดอะไรเลยสินะ”
“ที่นี่กว้างขนาดนี้ ใครจะรู้ว่าจะเจออะไรบ้าง ในเมื่อยังไม่มีจุดหมายแน่ชัด แน่นอนว่าเราต้องเก็บแรงไว้ก่อน เธอช่วยอะไรไม่ได้ก็แล้วไป แต่อย่ามาสร้างปัญหาได้ไหม?”
“เธอ!”
ถานชิงชิงโมโหจนแทบระเบิด
ตอนนี้เธอเพิ่งรู้ว่าเมื่อวานเมิ่งเถียนเอ๋อร์ยังต่อว่าทุกคนไม่เลือกหน้าอยู่เลย แต่วันนี้กลับพูดจาไม่ไว้หน้าเธออยู่คนเดียว!
แต่ทำไมกันล่ะ!
ทั้งที่เธอแสดงออกว่ามีน้ำใจขนาดนี้ เมิ่งเถียนเอ๋อร์ไม่ซาบซึ้งก็ช่างเถอะ ตอนนี้ยังทำกับเธอแบบนี้ แถมยังสนิทสนมกับเซิ่งซินเยว่ขนาดนั้น สมกับเป็นพวกเดียวกันจริง ๆ ทั้งคู่เป็นพวกเนรคุณ!
