กัวต้าฝูเคยชินกับการวางอำนาจบาตรใหญ่มานาน ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีแต่คนประจบเอาใจ เขามักใช้หางตามองคนอื่น แล้วเมื่อไรกันที่ต้องเป็นฝ่ายเงยหน้ามองคนอื่น?
ส่วนสูงที่ต่างกันอย่างมากนี้ทำให้ความอัปยศอดสูผุดขึ้นในใจเขาอย่างไร้เหตุผล เพลิงโทสะพลันลุกโชนขึ้นมา “เธอเป็นเด็กสาวจากบ้านไหน ใครอนุญาตให้ยืนคุยกับฉัน หาที่นั่งเดี๋ยวนี้!”
อวี้อิ่งเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา กลับตอบรับอย่างว่าง่าย “ได้สิ”
เธอดึงเก้าอี้ตัวหนึ่งจากในลานมาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนทิ้งตัวนั่งลง แล้วช้อนตามองอีกฝ่าย “คุณกัว แบบนี้พอใจหรือยังคะ?”
“……”
มุมปากของกัวต้าฝูกระตุกเล็กน้อยหลายครั้ง ไม่ต้องพูดถึงว่าเมื่อนั่งลงบนเก้าอี้แล้ว ทั้งสองคนก็แทบจะสบตากันในระดับเดียวกัน
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ทันทีที่เธอนั่งลง บรรยากาศทรงอำนาจก็แผ่ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ กลับทำให้เขาที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า ดูราวกับเป็นลูกน้องของเธอเสียอย่างนั้น!
“เธอ… ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!”
กัวต้าฝูกัดฟันกรอดด้วยความโมโห “ย่อตัวลงมาคุยกับฉัน!”
อวี้อิ่งหัวเราะเบา ๆ ทว่าในดวงตากลับไม่มีรอยยิ้มอยู่เท่าไร “คุณกัว คำขอนี้ทำให้ลำบากใจไปหน่อยหรือเปล่าคะ?”
“เสี่ยวอิ่ง…”
ด้านหลังอวี้อิ่ง หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก้าวออกมาด้วยความเป็นห่วง ดูเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
“แม่คะ แม่อย่าเพิ่งพูดนะคะ”
