ยิ่งไปกว่านั้น รอบรอยฟันยังมีรอยแดงจาง ๆ ล้อมอยู่ เห็นได้ชัดว่าเป็นรอยริมฝีปาก
สายตาตื่นตระหนกกวาดมองสลับไปมาระหว่างทั้งสองคน ริมฝีปากเฉิงหลีสั่นระริก ต่อให้เขาจะทึ่มทื่อแค่ไหนก็ยังมองออกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
สีแดงจาง ๆ บนริมฝีปากเซี่ยจือเหยียน กับเฉดสีของรอยริมฝีปากตรงลำคอ...
สายตาเลื่อนไปหยุดที่ริมฝีปากของเซิ่งซินเยว่
นี่มันสีเดียวกันชัด ๆ!
“แค่ก ๆ...”
ถูกมองด้วยสายตาเช่นนี้ เซิ่งซินเยว่ก็รู้สึกผิดจนใจคอไม่ดีขึ้นมาอย่างหาได้ยาก
เธอยกมือขึ้นปิดปาก ทำทีเป็นไอสองครั้ง “เป็นอะไรไป?”
เบาะแสทั้งหมดที่ผ่านมาเหมือนถูกขุดขึ้นมาในวินาทีนี้ เฉิงหลีเจ็บปวดใจสุดขีด “เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“เรื่องอะไรเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เซี่ยจือเหยียนเองก็ทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง เขาขมวดคิ้วมองอี้อี่เซวียน แล้วเปลี่ยนเรื่อง “คุณคนนี้คือ?”
ดวงตาของอี้อี่เซวียนเป็นประกายอยู่ตลอด สัญชาตญาณของผู้หญิงในเรื่องแบบนี้ยิ่งเฉียบคม เธอเม้มริมฝีปากแน่น เปลวไฟแห่งความอยากรู้อยากเห็นลุกโชนในดวงตา มุมปากแทบกดไม่อยู่ สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกว่า “ฟินแล้ว!”
พอได้ยินเซี่ยจือเหยียนพูด เธอก็รีบยื่นมือออกไป “สวัสดีค่ะ สวัสดี ฉันชื่ออี้อี่เซวียน ยินดีที่ได้พบคุณค่ะ!”
เซี่ยจือเหยียนยื่นมือออกไปตามมารยาท
ใครจะคิดว่าปลายนิ้วของอี้อี่เซวียนจะแตะปลายนิ้วเขาแผ่วเบา ก่อนจะรีบย้ายไปตรงหน้าเซิ่งซินเยว่ทันที ท่าทีขอไปทีอย่างยิ่ง
