“จริงเหรอ? ฉันรู้สึกว่าคุณดูใจลอยยังไงก็ไม่รู้”
ถานชิงชิงคล้องแขนเขาอย่างสนิทสนม ก่อนปลอบว่า “ถึงเรื่องแบบนี้จะฟังดูลึกลับ แต่บางครั้งก็เชื่อไว้บ้างก็ดีนะ ในเมื่อคนนั้นบอกว่าคุณจะได้พบโอกาสครั้งใหญ่ที่นี่ ฉันก็เชื่อว่าคุณจะผ่านพ้นอุปสรรคครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอน”
หยงเหิงขมวดคิ้วพลางคลึงหว่างคิ้วอย่างหงุดหงิด “ก็จริงอย่างที่พูด”
ถ้าเขาไม่เชื่อ วันนี้ก็คงไม่อุตส่าห์มาปรากฏตัวที่นี่
หยงเหิงนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเปิดแค็ตตาล็อกประมูลแล้วถามว่า “จริงสิ นักสะสมที่คุณรู้จักคนนั้นไม่ได้ขอให้คุณช่วยประมูลของให้หรอกเหรอ เขาบอกหรือเปล่าว่าเป็นชิ้นไหน”
“เหมือนจะไม่ได้มีแค่ชิ้นเดียวนะ”
ปลายนิ้วของถานชิงชิงไล้ไปตามแค็ตตาล็อกประมูล “แล้วฉันก็รู้สึกว่าเขาเองคงไม่รู้เหมือนกันว่าต้องการอะไรกันแน่ เพราะที่บรรยายมาค่อนข้างคลุมเครือ”
“แต่เขาบอกให้ฉันจับตาดูคนคนหนึ่งไว้ ถ้าคนนั้นต้องการอะไร ฉันก็ต้องประมูลมาให้ได้ ไม่ว่าเขาจะเสนอราคาเท่าไรก็ให้สู้ราคาไปเรื่อย ๆ”
หยงเหิงเริ่มสนใจขึ้นมา “ใครเหรอ?”
“เขาไม่ได้บอก”
ถานชิงชิงส่ายหน้าอย่างเสียดาย “แต่เขาบอกหมายเลขที่นั่งของคนนั้นไว้”
เธอหันไปมองห้องรับรองวีไอพีบนชั้นสอง “ห้องหมายเลขเจ็ดนั่นไง”
หยงเหิงหรี่ตาลงเล็กน้อย
ตามหลักแล้ว ฐานะของตระกูลถานในกรุงเตี้ยตูยังไม่ถึงขั้นมีคุณสมบัติได้รับบัตรเชิญเข้าร่วมงานประมูลครั้งนี้ด้วยซ้ำ
