ตั้งแต่รายการวาไรตี้ครั้งก่อนจนถึงตอนนี้ เธอถูกด่ามาตลอด แต่ไม่เพียงไม่สำนึกแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำตัวหนักข้อขึ้น ทำตามใจตัวเอง ไม่เห็นหัวใครทั้งนั้น
ทั้งที่แค่ขึ้นมาชั้นสองแท้ ๆ แต่ถานชิงชิงกลับรู้สึกราวกับเดินมาเป็นศตวรรษ
แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ เธอก็รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงในร่างแทบเหือดหาย
จะว่าเหนื่อยก็ไม่ได้เหนื่อยมากมายอะไร อย่างไรเสียก็แค่ชั้นสองเท่านั้น แต่เธอกำลังโมโห! โมโหจริง ๆ!
ความเดือดดาลอัดแน่นอยู่ในอกจนระบายออกมาไม่ได้ หน้าอกของถานชิงชิงกระเพื่อมแรง ปลายนิ้วสั่นระริก
เธอข่มความโกรธเอาไว้แล้วพูดว่า “ฉันเอากระเป๋าของคุณขึ้นมาให้แล้ว”
“อ้อ”
เมิ่งเถียนเอ๋อร์พูดเสียงเรียบ “งั้นวางไว้ตรงนั้นแหละ”
พูดจบก็หันหลังให้ ไม่แม้แต่จะมองเธออีก
ถานชิงชิงแทบจะระเบิดโทสะอยู่แล้ว!
ไม่มีแม้แต่คำว่าขอบคุณเลยหรือไง?
เธอคิดว่าฉันเป็นคนใช้จริง ๆ หรือไง!
“นี่!”
เมิ่งเถียนเอ๋อร์เดินไปได้สองก้าว จู่ ๆ ก็หันกลับมา
ถานชิงชิงถอนหายใจอย่างโล่งอก นึกว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกตัวเสียทีและเอ่ยขอบคุณเธอ
ใครจะคิดว่าเมิ่งเถียนเอ๋อร์กลับเลิกคิ้ว มองเธออย่างสงสัย “คุณเป็นคนอาสาช่วยเองใช่ไหม?”
ถานชิงชิงชะงักไปเล็กน้อย พูดออกมาโดยไม่ทันคิดว่า “เอ่อ...ใช่”
เมิ่งเถียนเอ๋อร์ยิ่งสงสัย “ในเมื่อคุณเป็นฝ่ายเสนอตัวช่วยฉันเอง แล้วตอนนี้ทำหน้าเหมือนจะเป็นจะตายทำไมล่ะ ถ้าไม่รู้คงนึกว่าฉันรังแกคุณ”
“ถ้าไม่อยากช่วยก็ไม่ต้องพูดออกมาสิ จำเป็นต้องมาทำท่าทางเสแสร้งอยู่ตรงนี้ด้วยเหรอ?”
