สวี่จี้ชิงตอบรับเบาๆ
ซูเซี่ยเลิกคิ้วมองสวี่เจียวเจียว คิดอยูครู่หนึ่งก็พูดขึ้นว่า “เพื่อนร่วมชั้นเธอคิดว่าเขาหน้าตาแบบนั้น เพราะไม่เคยเห็นคนหล่อๆ เลย ไม่มีความคิดสร้างสรรค์เลยสักนิด หนังเลิกแล้วเราสามคนไปถ่ายรูปติดการ์ดกัน เปิดเทอมหลังปีใหม่เอาไปให้พวกนั้นดูกันให้ทั่ว”
สวี่เจียวเจียวหน้าแดงขึ้นมาทันที “แล้วฉันขอแบบเล็กสองใบได้ไหม”
“อะไรแบบเล็กสองใบ” ซูเซี่ยโบกมือ “มีเท่าไหร่ให้เธอหมด”
สวี่เจียวเจียวตื่นเต้นจนเผลอส่งเสียงร้องเบาๆ พอตั้งสติได้ก็แบ่งปันอย่างใจกว้าง “งั้นฉันให้พี่ชายฉันครึ่งหนึ่ง”
ซูเซี่ยเอาใจคนเล็กเสร็จก็หันไปเอาใจคนโต “เขายังต้องให้เธอแบ่งอีกเหรอ ตั้งใจจะพิมพ์สามชุดอยู่แล้ว ใครๆ ก็ต้องได้กัน”
ใกล้เทศกาลตรุษจีนแล้ว วิทยุท้องถิ่นในแท็กซี่เปิดเพลงพื้นบ้านรื่นเริง จู่ๆ ก็มีโฆษณาคั่นเข้ามา ต้นโฆษณาก็เป็นกลุ่มบริษัทบางแห่งอวยพรให้ชาวเมืองเจียงเฉิงทุกคนสุขสันต์วันตรุษจีนและครอบครัวมีความสุข
สวี่จี้ชิงนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง ที่นั่งคับแคบทำให้ขายาวๆ ของเขาอึดอัดไม่น้อย แต่ซูเซี่ยกับน้องสาวนั่งคุยกันไม่หยุด ทั้งคุยเรื่องจะใส่ที่คาดผมทรงไหนกับเครื่องถ่ายรูปติดการ์ด ท่าถ่ายรูปคู่แบบไหนดี ทั้งคุยเรื่องหนังการ์ตูนที่จะดู บ้างก็บอกว่ามีฉากหลังเครดิต บ้างก็บอกว่าไม่มี เรื่องแค่นิดเดียวก็ตื่นเต้นกันใหญ่ คุยกันหัวเราะกันไม่หยุดตลอดทาง
ราวกับว่าเขาไม่ได้เป็นกำแพงขวางกั้นระหว่างพวกเธออีกต่อไป
