“ได้เลย นักพรตซู”
หลายคนขานรับพร้อมกัน
ตอนนี้ลู่จือหนิงมั่นใจแล้วว่าลุงรองไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเขา จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขารู้อยู่แล้วว่าลุงรองไม่ใช่คนแบบนั้น แต่คนที่อยู่เบื้องหลังนี่ต่างหากที่จิตใจชั่วร้ายเกินไป
เมื่อลู่เจาอี้ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ลู่จือหนิงจึงเล่าเรื่องราวคร่าว ๆ ให้ฟัง
ลู่เจาอี้ฟังแล้วขนลุกซู่
เขาไม่เคยคิดเลยว่าเบื้องหลังเรื่องนี้จะมีแผนซับซ้อนซ่อนเงื่อนถึงขนาดนี้!
ตัวเขาถูกหลอกก็ไม่เป็นไร แต่นี่เกือบทำให้หลานชายต้องตาย…
ลู่เจาอี้มีสีหน้าสำนึกผิดอย่างมาก
ลู่จือหนิงปลอบเขาสองสามคำ ก่อนพูดด้วยสีหน้าซับซ้อนว่า “เรื่องแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราควบคุมได้”
ไม่มีใครอยากเจอปรมาจารย์ปลอมทั้งนั้น…
ครู่ต่อมา ลู่เจาอี้หันไปมองซูจิ่นอีกครั้ง “ปรมาจารย์ซู… นักพรตซู” เกือบเรียกเธอว่าปรมาจารย์ซูแล้ว ยังดีที่เขานึกถึงคำพูดของนักพรตซูเมื่อครู่นี้ได้ทัน
“นักพรตซู คุณเก่งขนาดนี้ ช่วยจัดการเรื่องของเสี่ยวหลิงได้ไหม?”
ลู่เจาอี้ยังมีข้อกังขาอยู่บ้าง เด็กสาวอายุยังน้อย ดูไม่เหมือนปรมาจารย์ผู้ทรงภูมิที่เปี่ยมด้วยรัศมีเซียนเลยสักนิด
แต่… ลู่จือหนิงพูดแบบนั้น แถมคุณชายสามหยวนก็ยังช่วยยืนยันอีกคน
ถึงลู่จือหนิงจะถูกหลอก แต่ก็ยังมีคุณชายสามหยวนอยู่ด้วย ลู่เจาอี้จึงอดคิดไม่ได้ว่า หรือเป็นเพราะตัวเองดูคนไม่เป็นจริง ๆ?
ยิ่งไปกว่านั้น นักพรตคนนี้ยังจัดการเรื่องของลู่จือหนิงได้ด้วย
