ฉู่หลินครุ่นคิดว่า ที่เมื่อคืนคุณชายสามหยวนยอมยื่นมือเข้ามาช่วย คงเป็นเพราะเห็นแก่หน้าลูกพี่ลูกน้องของเขา
ได้ยินมาว่าลูกพี่ลูกน้องของเขากับคุณชายสามหยวนมีความสัมพันธ์ที่ไม่เลว
หยวนจิ่งยกมือขึ้นเล็กน้อย ไม่คิดจะคุยกับฉู่หลินต่อ
ฉู่หลินเองก็รู้กาลเทศะเป็นอย่างดี
เขาออกจากวิลล่าแล้วรีบโทรหาลูกพี่ลูกน้อง เพื่อแสดงความเคารพและขอบคุณคุณชายสามหยวน
ลูกพี่ลูกน้องของฉู่หลิน “...?”
คนที่พูดถึงคือคุณชายสามหยวนจริง ๆ เหรอ?
เรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ คุณชายสามจะยื่นมือเข้ามาช่วยจริง ๆ เหรอ?
แถมเรื่องที่ฉู่หลินเล่าว่าเจอสิ่งชั่วร้ายก็ฟังดูเหลือเชื่อเกินไป ลูกพี่ลูกน้องคิดแค่ว่าฉู่หลินสมองมีปัญหา จึงวางสายไปตรง ๆ ขี้เกียจฟังฉู่หลินพล่ามไร้สาระต่อ
ฉู่หลินไม่คิดว่าการถูกวางสายเป็นเรื่องผิดปกติ
ยังไงความเก่งกาจของอาจารย์ซูก็ไม่ใช่สิ่งที่ลูกพี่ลูกน้องของเขาจะเข้าใจได้!
ฉู่หลินเดินวนอยู่ด้านนอกบ้านตระกูลซูพักหนึ่ง ไม่กล้าเข้าไป จนกระทั่งมีคนเชิญเขาเข้าไป
คราวนี้ฉู่หลินถึงได้เดินเข้าไปอย่างร่าเริง
ตอนนั้นซูจิ่นกำลังกินมื้อเช้าพอดี พอคนรับใช้เห็นฉู่หลิน ก็เตรียมอาหารให้อีกชุด
ฉู่หลินรู้สึกถึงความเอาใจใส่ ดวงตาทั้งสองเป็นประกาย
“อาจารย์ คุณดีกับผมจริง ๆ”
ซูจิ่น “...”
หลังอาหารเช้า ฉู่หลินถามเพิ่มอีกประโยค “อาจารย์ คุณยังไม่ได้บอกผมเลยว่าอารามของเราเรียกว่าอะไร ไว้ถึงตอนนั้นผมจะได้ไปจุดธูปไหว้บรรพาจารย์”
