"ท่านแม่วางพระทัยเถิดเพคะ~ ถังถังจะปกป้องครอบครัวท่านตาทวดอย่างดี..." ก้อนแป้งน้อยในห้วงนิทราพึมพำพลิกตัวแล้วหลับลึกต่อไป
เสือที่นอนหมอบอยู่ข้างเตียงขยับใบหู เปลือกตาเปิดออกเล็กน้อย เห็นก้อนแป้งน้อยยังหลับสบาย จึงปิดตาลงงีบต่อ
ส่วนโซ่ตรวนที่ลอยครึ่งอากาศแผ่ไอทมิฬเมื่อครู่ ไม่รู้หายไปตั้งแต่เมื่อใด เหลือเพียงละอองไอทมิฬที่ค่อย ๆ จางหาย
จันทร์กระจ่างดาวโปรย ยามราตรีเยียบเย็นดั่งวารี
ณ อำเภอชางซั่ว เรือนชั้นในสองชั้นมีห้องลับแห่งหนึ่ง แสงเทียนสลัวส่องทั่วทั้งห้อง ฝาผนังแปะยันต์ประหลาดเต็มแน่นขนัด
"เมื่อครู่ดวงวิญญาณของเด็กน้อยนั่นช่างเปี่ยมพลังชีวิต นายท่านต้องโปรดปรานแน่!" บุรุษผู้หนึ่งเสื้อผ้าขาดวิ่นกายมอมแมมหัวเราะเหี้ยม "แหะ ๆ ๆ..."
"จริงทีเดียว!" สตรีอีกนางหนึ่งที่สกปรกมอมแมมเช่นกันเสริม "ต้องขอบคุณพวกขี้ข้าของเผ่าเสวี่ยซังที่ทำงานล้มเหลว ไม่อย่างนั้นนายท่านคงไม่มอบหมายงานสำคัญให้พวกเรา..."
ทั้งที่แคว้นเยวี่ยเฉวียนของพวกตนยอมสวามิภักดิ์ต่อนายท่านก่อนแคว้นเสวี่ยซัง เหตุใดพวกขี้ข้าของเผ่าเสวี่ยซังกลับได้รับความไว้วางใจ ส่วนพวกตนกลับนั่งอยู่เฉย ๆ ไม่มีบทบาทหลายปี...
คิดถึงตรงนี้ แววตาของทั้งคู่ยิ่งฉายแววริษยา ปรารถนาให้นายท่านนำพวกขี้ข้าของเผ่าเสวี่ยซังไปเป็นเหยื่อหล่อเลี้ยงเหล่าศพเชิดและภูตผีร้ายเสียเดี๋ยวนี้
"ช่างเถิด มาหารือกันก่อนดีกว่า จะชิงดวงวิญญาณของเด็กน้อยนั่นมาถวายนายท่านได้อย่างไร..." จิ้งอวิ๋นเซินยกมือเกาเส้นผมที่พันกันยุ่ง "หากนายท่านได้กลืนกินดวงวิญญาณเด็กน้อยนี่ วิทยายุทธย่อมเพิ่มพูนขึ้นอย่างมาก!"
