“แมวอสูรตัวไหนของใครน่ะ?”
พ่อลูกรีบวิ่งลงมาชั้นล่าง ก็สบตากับแมวตัวใหญ่หูสีน้ำเงินเข้าเต็ม ๆ
พอเห็นคนมา ดวงตาสีแดงของมันก็เปล่งประกาย กรงเล็บอวบ ๆ ตะปบประตูกระจกอย่างขะมักเขม้นกว่าเดิม “เหมียว ๆ~”
มนุษย์ เปิดประตูเร็วเข้า
มันอยากเข้าไปข้างใน
ซีหลานฮวากำลังจะเข้าไปดูสถานการณ์ แต่พ่อซีคว้าแขนเธอไว้ก่อน
“เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งเข้าไป พลังจิตของมันดูไม่ค่อยปกติ”
จากประสบการณ์สังเกตมาหลายปี เขาคาดว่าพลังจิตของแมวอสูรตัวนี้คงใกล้ถึงขีดจำกัดที่จะทะลวงขั้นแล้ว แถมเจ้าของก็ไม่ได้อยู่ข้าง ๆ
ถ้าเข้าไปโดยไม่ทันระวัง อาจถูกลูกหลงได้
ซีหลานฮวาถามอย่างสงสัย “แล้วมันมาที่ร้านเราเพื่ออะไรคะ?”
แมวตัวใหญ่ตบประตูอยู่ลำพัง คงไม่ใช่เพราะอยากซื้อของหรอก
“คงถูกใจกล้วยไม้ที่พ่อปลูกไว้น่ะสิ” ซีโหย่วฝูคิดว่ามีความเป็นไปได้อย่างเดียวเท่านั้น
เพราะกล้วยไม้ของเขามีความสามารถช่วยบรรเทาอาการพลังจิตคลุ้มคลั่งได้ชั่วคราว
สัตว์คู่กายชอบกันมาก
ซีหลานฮวามองแมวตัวใหญ่ที่ตบประตูอย่างกระวนกระวายแล้วเตือน “งั้นเราแจ้งตำรวจดีไหมคะ? อย่าปล่อยให้มันตบประตูกระจกร้านเราพังเลย”
อย่างน้อยมันก็มีขนาดพอ ๆ กับลูกเสือ
แรงตบประตูก็ใช่ย่อย
เจ้าเหมียวไม่มีความอดทน พอเห็นมนุษย์สองคนยังไม่เปิดประตู มันก็ถอยไปสองสามก้าว ก่อนจะพุ่งชนประตูกระจกจนเปิดผาง
เพล้ง!
กลอนประตูกระจกหักสะบั้น
“หลบไปไกล ๆ เลย เจ้าแมวโง่ ถ้ากล้าแย่งกล้วยไม้ของฉัน ฉันจะตี…”
พ่อซียกจอบขึ้นปกป้องซีหลานฮวากับดอกไม้สด พลางด่าทอเสียงดัง แต่ยังด่าไม่ทันจบ
ก็เห็นแมวตัวใหญ่หันกลับมา คาบตุ๊กตาแมวกวักตัวเล็กที่วางอยู่หน้าร้านไปคำเดียว แล้วสะบัดก้นวิ่งหนีหายไป
ซีโหย่วฝูยืนอึ้ง
ซีหลานฮวาก็อึ้งไปเหมือนกัน “ให้ตายสิ แย่งของได้คล่องเป็นบ้า!”
นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นแมวทำตัวเป็นโจร
“จับมัน ต้องจับมันให้ได้”
ดาวดวงนี้เป็นดาวเกษตรกรรมและสันติภาพ มีกล้องวงจรปิดอยู่ทั่วทุกแห่ง
แต่แมวตัวนี้กลับอุกอาจขนาดนี้
ที่สำคัญ มันยังคาบตุ๊กตาแมวกวักที่เธอแกะสลักไปด้วย
เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาถึงและทราบเรื่อง ก็รีบตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรอบ ๆ แล้วติดตามตัวอย่างเร่งด่วน
พบว่าแมวอสูรตัวนั้นวิ่งเข้าไปในห้างเทคโนโลยีที่อยู่ข้าง ๆ
ภายในห้าง ร้านเสริมสวยสัตว์เลี้ยง
เด็กสาวผมลอนสีทองสวมชุดกระโปรงแดงยืนกอดอก ดุด่าลูกน้องด้วยความโมโห
“พวกเธอทำงานกันยังไง ถึงปล่อยให้สวินเป่าหนีหายไปอีกแล้ว คนตั้งสี่คนยังดูแมวตัวเดียวไม่อยู่ จะเลี้ยงพวกเธอไว้ทำไม!”
ชายชุดดำหลายคนคุกเข่าข้างหนึ่ง ก้มหน้ารับฟังคำตำหนิ ไม่มีใครกล้าส่งเสียง
พนักงานในร้านมองหน้ากันไปมา
คนผู้นี้คือหนานเสวี่ยเอ๋อร์ บุตรีขุนนางจื่อแห่งเมืองหนานเฉิงที่ขึ้นชื่อเรื่องเอาแต่ใจและวางอำนาจ การเป็นลูกน้องของเธอไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องคุกเข่ารับคำตำหนิต่อหน้าคนอื่นอยู่บ่อย ๆ
สัตว์คู่กายของเธอเป็นแมวอสูรที่ปลุกพลังทักษะตามหาสมบัติขึ้นมาได้
จุดเด่นของมันคือการตามหาสมบัติ ส่วนจุดด้อยก็คือชอบวิ่งตามหาสมบัติไปทั่ว
ขอแค่ได้กลิ่น มันก็วิ่งไปไกลแค่ไหนก็ได้ ทุกครั้งที่กลับมาก็เนื้อตัวมอมแมม
มันเป็นลูกค้าประจำของร้านสัตว์เลี้ยงแห่งนี้
นี่ก็เหมือนกัน เพิ่งอาบน้ำให้มันเสร็จแท้ ๆ ก็วิ่งหายไปอีกแล้ว
หนานเสวี่ยเอ๋อร์โมโหมาก เธอออกไปทำเล็บแค่แป๊บเดียว สวินเป่าก็หนีหายไปแล้ว
ทำไมสัตว์คู่กายของเธอถึงไม่รู้จักอยู่นิ่ง ๆ บ้างนะ
ไม่เพียงพลังจิตจะทะลวงถึงระดับ 3 ไม่ได้มาครึ่งปีแล้ว ยังชอบวิ่งเพ่นพ่านไปทั่วอีก
หนานเสวี่ยเอ๋อร์ใช้พลังจิตสัมผัสดู แล้วพูดว่า “มันอยู่แถวห้างนี่แหละ พวกเธอไปหาทางนั้น”
“รับทราบ”
พวกเขากำลังจะออกตามหา ก็ได้ยินเสียง “เหมียว” ดังมาจากไม่ไกล
เห็นแมวอ้วนพุ่งเข้ามาราวกับกระสุนปืนใหญ่
“สวินเป่า แกไปอยู่ที่ไหนมา?”
พอเห็นสัตว์คู่กายของตัวเองกลับมาเสียที หนานเสวี่ยเอ๋อร์ก็จับหัวมันขยี้แล้วอบรมสั่งสอน
ยังดี
ไม่ทำตัวสกปรก
“เจ้าแสบ วัน ๆ เอาแต่วิ่งเพ่นพ่านอีกแล้ว ถ้ายังหนีไปอีก ฉันจะเอาโซ่ล่ามแกไว้ที่บ้าน ได้ยินไหม? เอ๊ะ~ คาบอะไรอยู่ในปากน่ะ สกปรกหรือเปล่า!”
สวินเป่าคายแมวไม้แกะสลักตัวเล็กออกมา
แถมยังหมุนตัวอวดผลงานอย่างภาคภูมิใจด้วย
【นายท่าน ดูสิ นี่คือสมบัติที่ฉันเพิ่งตามกลับมา】
“นี่คือ… แมวแกะสลักจากไม้ แกไปเอามาจากไหน?”
หนานเสวี่ยเอ๋อร์มองของตกแต่งไม้ที่มีกลิ่นน้ำลายของสวินเป่าอย่างรังเกียจ
นี่ก็แค่แมวไม้แกะสลักธรรมดา ๆ ชิ้นหนึ่งไม่ใช่หรือไง
ถึงรูปทรงจะน่ารักอยู่บ้าง
ก็ปกปิดความธรรมดาของมันไม่ได้หรอก
ทำไมรสนิยมของสวินเป่าถึงแย่ลงทุกทีนะ
“มันแย่งของจากร้านเราไป แถมยังชนประตูร้านพังด้วย”
พ่อลูกซีหลานฮวามาถึงด้วยรถมอเตอร์ไซค์ลอยฟ้าของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
หนานเสวี่ยเอ๋อร์หันไปตามเสียง ก็เห็นเด็กสาวชุดเหลืองหน้าตาน่ารักคนหนึ่งเดินเข้ามา
ดวงตากลมโตของเธอจ้องสวินเป่าอย่างเคร่งขรึม ดูก็รู้ว่ามาหาเรื่อง
ข้างกายยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนกับชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่ง
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นว่าเป็นคนคุ้นเคย ก็รีบเข้าไปทักทายอย่างนอบน้อม จากนั้นเปิดคลิปหลักฐานการก่อเหตุให้หนานเสวี่ยเอ๋อร์ดูและอธิบาย เธอจึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“อ๋อ~ ขอโทษด้วย ฉันชดใช้ให้พวกคุณก็แล้วกัน ว่ามา อยากได้เท่าไร?”
เธอคุ้นกับเรื่องแบบนี้ดี สวินเป่าของเธอไม่ได้ก่อเรื่องเป็นครั้งแรก
จ่ายเงินชดเชยไปก็จบ
โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะปล่อยให้พวกเขาตกลงกันเอง
ซีหลานฮวาไม่พอใจท่าทีไม่แยแสของเธอ “ต่อไปก็ช่วยดูแลแมวคู่กายของคุณให้ดีด้วยนะคะ อย่าปล่อยให้มันก่อเรื่องใหญ่กว่านี้”
“ฉันรู้แล้วน่า บอกมาสิว่าอยากได้เงินเท่าไร” หนานเสวี่ยเอ๋อร์ไม่อยากพูดมาก ก็แค่อยากเรียกเงินจากเธอให้มากขึ้นไม่ใช่หรือไง
บนดาวซีไกว สวินเป่าของเธอยังไม่ถึงกับต้องให้คนอื่นมาตำหนิ
แต่เธอก็ไม่ใช่คนโง่ให้หลอก ถ้าเรียกราคาแพงเกินไป เธอไม่จ่ายหรอก
เห็นท่าทีของเธอแล้ว ซีหลานฮวาก็ไม่เกรงใจอีก “ประตูอัจฉริยะกระจกของร้านเราราคา 10,000 หยวนดวงดาว ค่าจ้างช่างติดตั้ง 500 แล้วยังมีค่าเสียเวลาทำงานของร้าน…”
“ให้พวกคุณ 20,000 หยวนดวงดาวพอไหม?” หนานเสวี่ยเอ๋อร์พูดตัดบททันที
นึกว่าจะเรียกเท่าไรเสียอีก
ซีหลานฮวากำลังจะพูดอะไรต่อ แต่พ่อซีขัดขึ้นก่อน “ช่างเถอะ อย่าไปยุ่งกับเธอมากเลย” เขารู้จักเด็กสาวคนนี้ เธอเป็นคนของตระกูลขุนนางจื่อแห่งเมืองหนานเฉิง
ครอบครัวของเธอดูแลการป้องกันทางทหารของดาวซีไกว พวกเขาไม่ควรไปหาเรื่องคนที่รับมือยากเช่นนี้
“ก็ได้ งั้นเอาแมวกวักคืนมา”
หนานเสวี่ยเอ๋อร์เบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ “ทำไมต้องคืนแมวกวักด้วยล่ะ ไม่รวมอยู่ในค่าชดเชยแล้วหรือไง?”
ซีหลานฮวาหัวเราะเยาะ “คุณนี่ไม่เกรงใจจริง ๆ นะ นี่เป็นของนำโชคประจำร้านเรา ไม่ขายค่ะ”
เห็นสัตว์เลี้ยงของเธอชอบแล้วไง ฉันก็ไม่ให้หรอก
ใครใช้ให้ทำท่าทางแบบนั้นล่ะ
พ่อซีพยักหน้า “ชิ้นนี้ไม่ขายจริง ๆ ลูกสาวผมแกะสลักด้วยมือของเธอเอง” นี่เป็นผลงานชิ้นแรกที่ลูกสาวมอบให้เขา
“ฉันจ่าย 500 หยวนดวงดาวก็แล้วกันได้ไหม? ของตกแต่งแกะสลักด้วยมือขนาดเท่านี้ในตลาด อย่างมากก็แค่ 50 หยวนดวงดาว ราคานี้ซื้อได้ตั้ง 10 ชิ้น”
หนานเสวี่ยเอ๋อร์คิดว่าราคาที่ตัวเองเสนอไปนับว่าเหมาะสมแล้ว อีกฝ่ายควรตอบตกลงทันที แต่ซีหลานฮวากลับปฏิเสธ
“งั้นคุณก็ไปซื้อจากตลาด 10 ชิ้นได้เลย ของชิ้นนี้ไม่ขาย คืนมา”
ซีหลานฮวาพูดจบก็จะเข้าไปแย่งกลับมา
สวินเป่าคาบของแล้วรีบหลบไปอยู่หลังเจ้านาย ไม่ลืมใช้ขาหน้าตะกุยขาเธออ้อนด้วย
“เหมียว ๆ~” มันอยากได้อ่า
หนานเสวี่ยเอ๋อร์เพิ่งเคยเจอคนสองคนที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้กันแบบนี้เป็นครั้งแรก
สวินเป่าก็ยังอยากได้อีก เธอทำอะไรไม่ได้ จึงกัดฟันยื่นฝ่ามือออกไป “5,000 หยวนดวงดาว! มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว”
นี่เป็นราคาสูงสุดที่เธอจ่ายไหวแล้ว
ของตกแต่งชิ้นเล็กสั่งทำโดยปรมาจารย์แกะสลักอันดับหนึ่งแห่งจักรวาล ยังมีราคาแค่สามพันกว่าหยวนดวงดาวเลย
