ทั้งสองฝ่ายต่างตกอยู่ในภาวะชะงักงันเช่นนี้ ไม่มีใครลงมือก่อน
เฮ่อจือหร่านไม่ลงมือ มิใช่เพราะหวาดกลัวทหารเหล่านี้ แต่เพราะนางไม่อยากให้เรื่องบานปลาย
อย่างไรเส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล หากต้องลงไม้ลงมือกันเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อตระกูลม่อ
ส่วนทหารที่ยังไม่ยอมวางอาวุธนั้น แท้จริงแล้วถูกข่มขวัญด้วยบารมีของท่านหมอเม้หญิงและเฮ่อจือหร่าน
ขณะเดียวกัน สตรีคนอื่น ๆ ในตระกูลม่อ รวมถึงม่อหานเย่ว์ผู้ขี้ขลาด ก็พากันเข้ามารวมกลุ่ม
แม้ในใจจะยังหวาดหวั่นอยู่บ้าง แต่พวกนางก็ยืนหยัดอยู่ตรงนั้น คอยส่งกำลังใจให้แม่สามีและน้องสะใภ้เก้า
ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายกำลังชะงักงัน คนจากสามตระกูลที่ไม่ใช่ตระกูลเซี่ยก็เอ่ยขึ้น
“ท่านเจ้าหน้าที่ อย่าถูกสตรีในตระกูลม่อหลอก พวกนางก็แค่จงใจใช้วิธีนี้ลวงพวกท่าน เพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดจากการถูกเฆี่ยนตีเท่านั้น”
“เขาพูดถูก คนตระกูลม่อที่สละชีพเพื่อแผ่นดินคือกั๋วกงผู้เฒ่ากับบุตรชายทั้งแปดของเขา
“ต่อให้พวกเขาไม่ได้ตายในสนามรบ ก็คงถูกหมอจิ่วเย่กบฏผู้นี้ทำให้โกรธจนตายอยู่ดี
“แม้แต่พวกเรายังถูกหมอจิ่วเย่ทำให้เดือดร้อนไปด้วย จะไว้หน้าให้คนเช่นนี้ไปไย”
“นั่นสิ สตรีในตระกูลม่อล้วนถูกหมอจิ่วเย่เป่ามนตร์ใส่ จึงเข้าข้างเขาไปหมดแล้ว ไม่มีใครดีสักคน”
“ท่านเจ้าหน้าที่ ตีพวกนางเลย อย่าได้ออมมือ”
คนตระกูลเซี่ยในเวลานี้ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากใจ พวกเขาเกลียดชังตระกูลม่อ แต่ก็รู้ดีว่าเรื่องนี้เกิดจากเซี่ยฟาง คนตระกูลม่อช่วยเซี่ยฟาง ก็เท่ากับช่วยพวกเขาทางอ้อมด้วย
