ปลายเดือนเก้า ณ พื้นที่ทดลองปลูกทางเหนือ ในเมืองกู้อาน แคว้นเจิ้นเป่ย์ มันเทศที่ปลูกบนเนินเขาเก็บเกี่ยวแล้ว
ที่ว่าการเมืองติดประกาศล่วงหน้าสามวัน แจ้งว่าจะชั่งน้ำหนักให้เห็นกันต่อหน้าทุกคน
คนของทางการมาถึงแต่เช้าตรู่ โครงตาชั่งตั้งอยู่กลางลานโล่ง
ขุนนางกรมพระคลังยืนอยู่ตรงหัวไร่ เบื้องหลังมีคนจากกรมสวนสรรพพืชตามมาด้วย ทั้งยังมีเสมียนถือกระดาษกับพู่กันอีกหลายคน
ชาวบ้านล้อมอยู่รอบนอก ผู้คนเบียดเสียดกันแน่นขนัดทั้งวงในและวงนอก
“เริ่มขุด!”
สิ้นเสียงสั่ง
เจ้าหน้าที่หลายคนยกเสียมงัดดิน พลิกดินคันแรกขึ้นมา
มันเทศถูกขุดขึ้นมาพร้อมดินที่เปื้อนติดอยู่ ลูกใหญ่กว่ากำปั้นเสียอีก
ขุดขึ้นมาทีละลูก สะบัดดินออกแล้วใส่ลงในตะกร้า
เมื่อตะกร้าเต็มก็ยกออกไป ตะกร้าใบใหม่ถูกส่งเข้ามาแทน
คันแล้วคันเล่า
ดวงอาทิตย์ค่อย ๆ ลอยสูงขึ้น ตะกร้ามันเทศกองสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ขุนนางกรมพระคลังเดินวนไปวนมาข้างกองตะกร้า ครบสามรอบก็อดทนไม่ไหว ตะโกนเร่งเจ้าหน้าที่ว่า “เร็วเข้า เร็วเข้า!”
เจ้าหน้าที่เงยหน้าขึ้นเช็ดเหงื่อ “ใต้เท้า นี่ก็เร็วที่สุดแล้วขอรับ...”
“ชั่ง ชั่ง ชั่ง! ชั่งแปลงนี้ก่อน!”
เจ้าหน้าที่สองคนยกตะกร้าใบหนึ่งไปวางหน้าเครื่องชั่งขนาดใหญ่
คานตาชั่งยกสูงขึ้น
ชั่งตะกร้าแล้วตะกร้าเล่า
เสมียนก้มลงดูใกล้ ๆ ก่อนจดบันทึกด้วยพู่กัน
ขุนนางกรมพระคลังขานตัวเลข แล้วตะโกนบอกผู้คนเสียงดังว่า
“แปลงหมายเลขหนึ่ง หนึ่งหมู่ ได้สิบห้าสือ!”
ชายหนุ่มคนหนึ่งอ้าปากค้างอยู่นานไม่ยอมหุบ บิดาที่อยู่ข้าง ๆ ผลักเขาทีหนึ่ง เขาจึงได้สติ “ท่านพ่อ ข้าไม่ได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่?”
จากนั้นก็ชั่งผลผลิตของที่นาหนึ่งหมู่ที่สองต่อ
“แปลงหมายเลขสอง หนึ่งหมู่ ได้สิบหกสือ!”
ชั่งน้ำหนักทีละหมู่ ทีละหมู่
เมื่อชั่งตะกร้าใบสุดท้ายเสร็จ ขุนนางกรมพระคลังยืดตัวขึ้น สูดหายใจลึก แล้วตะโกนสุดเสียง
“พื้นที่ทดลองปลูกสามสิบหมู่ในเมืองกู้อาน ได้ผลผลิตมันเทศรวมทั้งสิ้นสี่ร้อยห้าสิบหกสือ เฉลี่ยหนึ่งหมู่ได้สิบห้าสือสองโต่ว!”
มีคนคุกเข่าลงท่ามกลางฝูงชน
เป็นชายชราคนหนึ่ง ผมขาวแซมเทา ริ้วรอยบนใบหน้าราวกับลำน้ำที่แห้งแตกระแหง
