ฟิ้ว!
ฉินเฟิงเล็งจังหวะปล่อยเกาทัณฑ์หน้าไม้ แล้วพุ่งตัวตามไปทันที
คาดเดาทิศทางที่กวางซิกาจะหนี เกาทัณฑ์ยังเล็งจากท้ายกวางซิกาขึ้นมา
ความเคลื่อนไหวทำให้กวางซิกาตื่นตัว กวางซิกาสองตัวนั้นพลันเสียขบวน วิ่งหนีไปคนละทิศ
เกาทัณฑ์หน้าไม้รวดเร็วเหลือเกิน เข้าทางกับกวางซิกาพอดี ยิงถูกคอของมันอย่างแม่นยำ
ระยะทางเพียงไม่กี่สิบก้าวก็ถึงในพริบตา กวางซิกายังไม่ทันลุกขึ้น ฉินเฟิงก็กระโจนเข้าหา ใช้พร้าปาดหลอดลมของมัน
เชือดคอปล่อยเลือด ฉับไวไม่ติดขัด ฉินเฟิงยกกวางซิกาขึ้นบ่าเตรียมจะจาก
เลือดจะชักนำสัตว์อื่นมา แม้กระทั่งเสือก็อาจพบได้ ที่นี่ไม่ควรอยู่นาน
กวางตัวผู้นี้หนักกว่าร้อยชั่ง สำหรับฉินเฟิงแล้วไม่ใช่เรื่องยาก เมื่อก่อนแบกน้ำหนักหลายสิบชั่งวิ่งระยะไกลนั่นคือวิชาบังคับ
ร้อยชั่งแม้จะหนักไปบ้าง พักสักสองสามครั้งกลางทางก็พอ
“ของมหัศจรรย์นั่นมันร้ายกาจยิ่งนัก ไกลขนาดนั้นยังยิงแม่น”
จ้าวหลงทั้งสองคนมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง
“ไอ้ขยะนั่นทำไมแรงเยอะอย่างนั้นเล่า นั่นมันกวางตัวผู้ร้อยชั่งเชียวนะ”
จ้าวหู่ตกใจจนโพล่งออกมา
“อย่าไปสนใจเลย มันแบกของอยู่ เป็นเวลาที่เราจะลอบทำร้ายพอดี”
จ้าวหลงว่าแล้วก็ขึ้นสายธนู เล็งไปที่ฉินเฟิง
อี้วอี้ว!
ไม่ไกลนักพลันมีเสียงกวางร้อง กวางตัวผู้ที่หนีไปได้วิ่งย้อนกลับมาอีก
ฟิ้วฟิ้ว!
ลูกธนูสองดอกพุ่งเร็วว่อง ปักใส่ตัวกวางตัวผู้อย่างแม่นยำ กวางตัวผู้ล้มฟุบลงกับพื้น
ต่อจากนั้น ม้าศึกสองตัวก็ควบใกล้เข้ามา ชายฉกรรจ์กำยำสองคน ร่างหนึ่งผอมหนึ่งอ้วน พุ่งออกมาจากป่าละเมาะ
ทั้งคู่หน้าเต็มไปด้วยความดุร้าย ขี่ม้าสูงใหญ่ ถือธนูอยู่ในมือ พอเห็นกวางตัวผู้ถูกสังหารแล้ว ก็เก็บธนู ชักกระบี่ใหญ่ออกมา
เวลานี้ ฉินเฟิงแบกกวางตัวผู้เดินมาสองก้าวก็ชะงักนิ่ง
“เป็นโจรภูเขา!”
จ้าวหลงกับจ้าวหู่ยิ่งตื่นตระหนกนัก รีบเก็บธนู ไม่คิดจะอยู่อีกต่อไป แอบถอยกรูดไปข้างหลัง
“ท่านพี่ ฉินเฟิงจะถูกฆ่าแล้ว รีบหนีเถอะ ก่อนที่พวกมันจะเห็นเรา”
จ้าวหู่เป็นฝ่ายถอยก่อน
อะไรคือเหยื่อ อะไรคือฉินเฟิง พวกเขามิอาจคำนึงถึงสิ่งใดอีกแล้ว
โจรภูเขาในใจพวกเขาเปรียบดังยมทูตเรียกวิญญาณ แม้แต่ใจกล้าที่จะต่อกรกับอีกฝ่ายก็ไม่มี
ทั้งสองคนพอถอยห่างออกมาได้ ก็วิ่งเป็นบ้ากลับไปทางหมู่บ้าน
ขณะนี้เอง โจรภูเขาทั้งสองถือกระบี่ใหญ่ชี้ตรงมาที่ฉินเฟิง สีหน้าดุดันน่ากลัว
“เจ้าหมู่บ้านไหน กล้ามาล่าสัตว์ที่นี่ ยังไม่วางเหยื่อลงเสียอีก”
โจรอ้วนตวาดก้อง หน้ามันเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ น่าเกลียดน่ากลัวข่มขวัญคน
“ไอ้หนู เจ้าพอมีฝีมือ ล่าจนได้กวางซิกา ดีทีเดียวนี่”
“แต่ว่าเจ้ามาผิดที่แล้ว วางเหยื่อลง แล้วเดินมารับความตาย”
โจรผอมไวท่วงท่า หน้าเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ กระโดดลงจากม้าศึก ถือกระบี่ใหญ่ชี้มาที่ฉินเฟิง
พวกเขาจับจ้องกวางซิกาบนตัวฉินเฟิง รอยยิ้มบนใบหน้าเย็นเยียบ ในใจแอบยินดี
ฆ่าฉินเฟิงได้ ก็จะมีกวางซิกาถึงสองตัว
สำหรับพวกเขาแล้ว การล่ากวางซิกาสองตัวได้ นับว่าเป็นผลเก็บเกี่ยวไม่น้อยเลยทีเดียว
หากกวางซิกาตัวนี้ไม่ตกใจหนี และวิ่งตรงกับทางพวกเขาพอดี พวกเขาคงล่าได้ไม่ง่ายนัก
ฉินเฟิงแบกเหยื่อไว้ไม่ไหวติง แววตาแฝงความหวาดกลัว จ้องมองทั้งคู่อยู่อย่างนั้น
แต่ในความเป็นจริง เขากำลังคิดหาทางรับมือกับสองคนนี้อยู่
สองคนนั้นยิงธนูฝีมือไม่เลว ร่างกายกำยำ ล้วนเป็นพวกไม่กลัวตาย ตีแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน รับมือยากยิ่ง
ทว่า สายตาพวกมันช่างดูแคลน หาได้เห็นฉินเฟิงอยู่ในสายตาไม่ ฉินเฟิงแลเห็นช่องทางแล้ว
“ไอ้หนู ข้าถามเจ้า เจ้าหูหนวกหรือไง”
โจรผอมหมดความอดทน
“อย่าเสียเวลากับมันอีกเลย มันต้องตกใจจนสติแตกแน่”
“ชาวบ้านแถวนี้ก็เป็นแค่ลูกแกะสองขา มันจะมีดีอะไรไปคุยกับเรา”
“เข้าไปฆ่ามันซะ แล้วเอาตัวเหยื่อกลับเร็วเข้า”
โจรอ้วนตะโกนใส่โจรผอม แล้วกระโดดลงจากม้าศึก จับกวางตัวผู้อีกตัววางบนหลังม้า
“บัดซบ เจอคนโง่เข้า”
โจรผอมบ่นงึมงำพลางเดินเข้าหาฉินเฟิง ยกมือก็จะไปกระชากเหยื่อบนบ่าฉินเฟิง
“เอาไป”
จู่ ๆ สีหน้าฉินเฟิงก็เปลี่ยน ฟาดกวางตัวผู้หนักกว่าร้อยชั่งใส่โจรผอมอย่างแรง
โจรผอมคาดไม่ถึงเลยว่าฉินเฟิงจะลงมือ ทั้งยังฟาดกวางตัวผู้ร้อยชั่งเข้าใส่อย่างง่ายดายเช่นนี้
มันถูกร่างกวางตัวผู้ฟาดร่วงลงกับพื้น เจ็บจนเขี้ยวกัดฟันยิ้มไม่ออก
ฉัวะ!
ฉินเฟิงรวดเร็วยิ่ง ก้มตัวพุ่งเข้าไป คว้ากระบี่ใหญ่ของโจรผอม กรีดผ่านต้นคอของมันโดยตรง
เลือดสดพุ่งทะลัก เปรอะใบหน้าและเสื้อผ้าของฉินเฟิง
“บัดซบ กล้าลงมือรึ”
โจรอ้วนตกใจ รีบโก่งธนูเตรียมยิง
ฉินเฟิงไวกว่า สะบัดมือขว้างกระบี่ใหญ่เข้าใส่
โจรอ้วนจำต้องหลบกระบี่ใหญ่ที่พุ่งมาก่อน
ทว่า ชั่วจังหวะนั้นฉินเฟิงยกหน้าไม้ เล็งยิงใส่คอมันเปรี้ยง ลูกเกาทัณฑ์ทะลุผ่านคอของมันไป
ทั้งหมดนี้สำเร็จลงในชั่วพริบตาเดียว จุดสำคัญอยู่ที่ฉินเฟิงลงมือด้วยความเร็วสูงสุด ฆ่าสองคนนั้นโดยที่พวกมันไม่ทันตั้งตัว
ด้วยประสบการณ์ต่อสู้ของอดีตจ้าวสงคราม ฉินเฟิงเป็นเครื่องจักรสังหารที่เยือกเย็น ง่ายดายราวปอกกล้วยเข้าปากก็เสร็จสิ้นทุกอย่าง
ปาดเลือดบนใบหน้า ฉินเฟิงวางกวางตัวผู้อีกตัวบนหลังม้าศึก
เดิมยังกลุ้มว่าจะขนกวางสองตัวไปไม่ไหว พอมีม้าแล้ว ก็ใช้ประโยชน์ได้พอดี
ฉินเฟิงยกกระบี่ใหญ่ผ่าคอโจรอ้วนอีกครั้ง เลือดแดงฉานพื้น กลิ่นคาวเลือดยิ่งโชยคลุ้งรุนแรง
ที่นี่สัตว์ร้ายชุกชุม กลิ่นเลือดบนตัวทั้งสองคน จะชักนำสัตว์ร้ายอื่นมาในไม่ช้า โจรภูเขาพวกนั้นก็คงตามหาไม่เจอตัวเขาในเร็ววัน
ฉินเฟิงขี่ม้าศึก ควบม้าศึกจากไป
เมื่อถึงชายป่า ฉินเฟิงก็ต้อนม้าให้กลับไป ซ่อนซากกวางซิกาตัวหนึ่งไว้ แล้วแบกตัวหนึ่งกลับบ้าน
ม้าศึกเป็นของโจรภูเขา นำกลับไปย่อมสะดุดตาเกินไป อีกทั้งม้าศึกมีเครื่องหมาย ง่ายต่อการตามสืบมาถึงตัวเขา
ในป่าเขาหนาวเย็น ซากสัตว์จะเสียวันสองวันก็ไม่เน่า เอาหญ้าป่ามาคลุม โรยดินเล็กน้อย ฉี่ราดทับ กลิ่นก็ถูกกลบพอดี
ที่นี่เป็นชายป่า โดยมากสัตว์ร้ายขนาดใหญ่จะไม่มาที่นี่
“เอาตัวกวางซิกานี่กลับไปก่อน แล้วค่อยมาขายตัวนี้”
เมื่อปักใจแน่วแน่แล้ว ฉินเฟิงก็แบกกวางซิกามุ่งหน้าเข้าหมู่บ้าน ฝีเท้าช้าลงไม่น้อย
ขณะเดียวกัน ฝั่งจ้าวหลงกับจ้าวหู่ก็วิ่งหน้าตั้งกลับถึงบ้านอย่างอนาถ ตลอดทางไม่กล้าหยุดพักเลยสักนิด
หวาดเกรงเหลือเกินว่าจะถูกโจรภูเขาพบ ไล่ฆ่าตนเอง
“ฉินเฟิงต้องถูกโจรภูเขาฆ่าตายแน่”
จ้าวหลงฟันธงหนักแน่น
“โจรภูเขาสองคน ไอ้ขยะนั่นต้องตายแน่”
จ้าวหู่เสริมตาม
“นังหนิงฉินเฟิงตายจริงรึ”
จ้าวฉางกุ้ยผู้เป็นพ่อของพวกเขา เวลานี้เดินเข้ามา พลางถามเชิงไถ่ถาม
เขารู้ดีว่าลูกชายสองคนไปทำอะไร การช่วงชิงภรรยาสองคนของฉินเฟิง ก็เป็นความคิดของเขาเอง
“ไม่ใช่พวกข้าฆ่านะ ฉินเฟิงนั่นไปเจอโจรภูเขาเข้า กว่าพวกข้าจะหนีรอดกลับมาได้ก็ยากลำบาก”
จ้าวหู่หอบหายใจไม่ทัน ยกขันน้ำเย็นขึ้นซดอึกใหญ่
“ถูกโจรภูเขาฆ่าตาย ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่”
ใบหน้าแก่เฒ่าของจ้าวฉางกุ้ยพลันบานสะพรั่งราวบุปผา
“มันตายแล้ว ภรรยาของมันก็ไร้เจ้าของ”
“ทางการกำลังตอบแทนคนที่ทำให้มีบุตรได้ เจ้าพวกเจ้ารีบไปแย่งสามหญิงนั่นมา”
“ข้าจะไปหาผู้ใหญ่บ้าน ถ้าผู้ใหญ่บ้านออกหน้า หญิงทั้งสามก็ไม่อาจขัดขืน”
“จะได้ทำให้สถานะสามีภรรยาของเจ้าเป็นจริงเป็นจังเสียที”
จ้าวฉางกุ้ยคิดแผนชั่วร้ายแยบยลขึ้นได้ในพริบตา
“ท่านพ่อ ท่านนี่ร้ายกาจนัก คนแก่เจ้าเล่ห์ ไม้แก่เนื้อแข็ง คำนี้ไม่ผิดจริง ๆ”
จ้าวหู่หัวเราะหึ ๆ
“พูดจาเหลวไหลอะไรนั่น ด่าพ่อเจ้ารึ”
จ้าวฉางกุ้ยเตะจ้าวหู่เข้าให้
“ไม่ได้หมายความเยี่ยงนั้น ไม่ได้หมายความเยี่ยงนั้น”
“หยุดพล่ามได้แล้ว รีบไปบ้านฉินกับข้า ไปแย่งแม่หญิงงามสามคนนั่นมา”
จ้าวหลงลากจ้าวหู่ลุกขึ้น ทั้งสองคนจึงวิ่งพรวดพราดไปทางบ้านฉินเฟิง...