ลู่จิ่งชวนไปรับซูเนี่ยนเหอที่ตระกูลหลิน เพื่อกลับคฤหาสน์ตระกูลลู่ด้วยกัน
ระหว่างอยู่บนรถ ลู่จิ่งชวนบอกซูเนี่ยนเหอว่าจัดการขั้นตอนการรับหนิงหนิงเป็นบุตรบุญธรรมเรียบร้อยแล้ว
จากนี้ไปหนิงหนิงจะเปลี่ยนมาใช้นามสกุลลู่ ชื่อว่าลู่หนิงหนิง
ต่อให้ภายหลังเซียงเฟิงถูกตัดสินประหารชีวิต ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อหนิงหนิงแม้แต่น้อย
ซูเนี่ยนเหอมองเสี้ยวหน้าของลู่จิ่งชวนที่กำลังขับรถด้วยความซาบซึ้ง ก่อนเอ่ยขอบคุณจากใจว่า “จิ่งชวน ขอบคุณนะ”
“ถึงขั้นยอมมอบตัวให้แล้ว ยังจะขอบคุณแบบไหนอีกล่ะ?”
ซูเนี่ยนเหอ: ......
ผู้ชายคนนี้ชักจะไม่สำรวมขึ้นทุกวันแล้ว
เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ตระกูลลู่ หนิงหนิงกำลังเล่นอยู่ในลานกับพี่ ๆ พอดี
พอเห็นลู่จิ่งชวนกับซูเนี่ยนเหอลงจากรถ เธอก็วิ่งเข้าไปหาอย่างตื่นเต้น
แต่พอวิ่งมาถึงตรงหน้าลู่จิ่งชวน เธอกลับหยุดกะทันหัน
หนิงหนิงจ้องจอภาพเหนือศีรษะของลู่จิ่งชวนไม่วางตา ถึงกับเหม่อลอยไป
ลู่จิ่งชวนก้าวเข้าไปอุ้มเธอขึ้นมา หลังจัดการเรื่องรับเป็นบุตรบุญธรรมเสร็จ เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
น้ำหนักตัวของหนิงหนิงในอ้อมแขนกดทับอยู่ในใจอย่างหนักแน่น เป็นความรู้สึกของความสุข
“ปะป๊า ปะป๊า?”
หนิงหนิงเรียกลู่จิ่งชวนด้วยน้ำเสียงฉงน
“จ๋า!” ลู่จิ่งชวนขานรับอย่างดีใจ เขาไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติอะไร เพียงรู้สึกว่าเสียงเรียกของหนิงหนิงหวานจับใจ
หนิงหนิงก้มมองใบหน้าของลู่จิ่งชวน แล้วเงยหน้ามองจอภาพ ก่อนพูดว่า “ไม่ใช่คุณพ่อลู่แล้ว เป็นคุณพ่อ”
ซูเนี่ยนเหอที่เดินเข้ามาพอดีได้ยินคำพูดของหนิงหนิง เธอรู้สึกไวว่าหนิงหนิงอาจจะเห็นอะไรเข้าแล้วหรือเปล่า
“หนิงหนิง เห็นอะไรเหรอ?”
