นอกเมืองหลวงสามร้อยลี้ หมู่บ้านอันสี่
หนิงหนิงวัยห้าขวบ蜷缩ตัวอยู่ในมุมมืดอับของเพิงฟืน ร่างกายเต็มไปด้วยรอยเฆี่ยนสดๆจากเถาวัลย์
“แม่จ๋า หนิงหนิงหิวแล้ว...” หนิงหนิงน้อยพร่ำเพ้อในความฝัน
เมื่อเช้าวาน ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี เสียงบ่นของหลี่ชุนฮวาก็ดังทะลุไปทั่วบ้าน
“แกบอกที ซื้อเด็กผีมาทำไม กินก็ไม่อิ่ม งานก็ทำไม่เป็น มีดีอะไร!”
“เสียเงินสองร้อยนั้นไปเปล่าๆ ค่าปากท้องของเราสี่คนครึ่งเดือนเลยนะ!”
กัวสุยอันสามีนั่งยองๆตรงประตูสูบบารากุ๊กๆ เช้าตรู่ก็ใจปั่นป่วน พอโดนเมียพร่ำบ่นก็ยิ่งรำคาญกว่าเก่า
“โธ่! เรื่องนี้แกบ่นมาเป็นปีแล้ว เบื่อไหม!”
“ตอนนั้นพ่อมันบอกว่าเด็กนี่ตัดฟืน ตักน้ำ ก่อไฟ ทำกับข้าวได้ ฉันก็คิดว่า ต่อให้พ่อมันโกหก
ฉันใช้เงินสองร้อยซื้อแม่ยายฝึกหัดก็ไม่ขาดทุนนี่นา!”
ได้ยินสามคำ “แม่ยายฝึกหัด” หลี่ชุนฮวาก็ยิ่งเดือด
สาวเท้าก้าวเข้าไปบิดหูกัวสุยอัน กระชากให้ยืนขึ้น
“แม่ยายฝึกหัดอะไร นางกินหมูได้ครึ่งตัวต่อมื้อ แกเลี้ยงไหวรึ!”
“โอ๊ย เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ!” กัวสุยอันเอามือป้องหูที่โดนบิดจนแดง เจ็บใจและอัดอั้น
ในใจแช่งด่า “ชิ! ซวยจริง ซื้อหมูมายังได้เนื้อกินตอนโต
ซื้อเด็กนี่มากลับยิ่งกินยิ่งผอม สู้หมูไม่ได้เลย!”
หลี่ชุนฮวาคิดแล้วยิ่งโมโห หันตัวถีบประตูเพิงฟืนที่หนิงหนิงนอนอยู่ผาง พลางแผดเสียง
“เด็กผี ยังไม่รีบลุกไปเก็บฟืนอีก วันนี้เก็บฟืนแห้งไม่ได้ยี่สิบชั่ง อย่าหวังกินข้าวเลย!”
หนิงหนิงพยุงร่างน้อยๆที่อ่อนแรงลุกนั่ง พูดกับหลี่ชุนฮวาที่ยืนเดือดพล่านที่ประตูอย่างน้อยอกน้อยใจ “ป้า หิวแล้ว...”
“ยังกล้าบอกว่าหิวอีก!” หลี่ชุนฮวาหมุนตัวคว้าท่อนไม้ ฟาดใส่หนิงหนิงอย่างแรง
“เมื่อวานออกไปทั้งวัน เก็บฟืนมาได้ห้าชั่ง ยังเปียกตั้งสามชั่ง!
เช้านี้บ้านไม่มีฟืนทำข้าว ทั้งบ้านต้องอดเพราะแกนั่นแหละ!”
หนิงหนิงถูกหลี่ชุนฮวาตีหนึ่งที หลังร้อนผ่าว กลัวจนต้องทุ่มแรงเฮือกสุดท้ายวิ่งออกไป แม้แต่รองเท้ายังไม่ทันได้ใส่
หนิงหนิงน้อยหัวยุ่งเหมือนรังนก ค่อยๆเดินไปทางป่าด้านหลังหมู่บ้าน
ตอนนี้เป็นเดือนเตรียมหนาว กิ่งไม้แห้งมีมาก แต่ส่วนมากก็เปียกชื้น
จุดไม่ติด แบกกลับไปก็จะโดนป้าด่า กระทั่งข้าวต้มก็ไม่ได้กิน
แต่วันนี้หนิงหนิงโชคดี เจอที่แห้งผืนหนึ่งบนภูเขา เก็บฟืนจนค่ำ สุดท้ายก็เก็บฟืนแห้งได้สองมัด
ตามขนาดที่เคยเก็บ น่าจะพอดีสักยี่สิบชั่ง
หนิงหนิงหิวจนท้องแฟบติดหลัง ตาพร่าลาย
แต่พอคิดว่าคืนนี้จะได้กินข้าวสักคำ เธอก็เกิดพลังขึ้นมาทันใด แบกฟืนแห้งขึ้นหลังเดินออกจากป่า
เพิ่งเดินถึงกลางตีนเขา หนิงหนิงก็เห็นฟาร์มหมูด้านล่างมีแสงไฟวูบวาบ
“แย่แล้ว หมูๆของลุงผู้ใหญ่จะถูกเผาแล้ว!” หนิงหนิงแบกฟืนหนักวิ่งลงเขาอย่างร้อนรน
เท้าน้อยๆโดนกรวดหินบาดจนแตกก็ไม่สนใจ
พอหนิงหนิงวิ่งมาถึงขอบฟาร์มหมู ฟาร์มทั้งฟาร์มก็มีไฟลุกท่วมฟ้าแล้ว
หนิงหนิงร้อนใจอยากหาใครมาดับไฟ แต่ว่าที่นี่ห่างหมู่บ้านไปอีกหนึ่งลี้ ฟ้าก็มืด มองไม่เห็นแม้แต่เงาคน
เธอปลดฟืนลงจากหลัง เงยหน้ามองฟ้าคืนที่มืดมิด พูดว่า “คุณปู่ฟ้าเจ้า ฝนตกลงมาเถอะนะ
ถ้าหมูๆสุกแล้ว ลุงผู้ใหญ่จะหิวเหมือนหนิงหนิงนะ”
สิ้นเสียงหนิงหนิง ฟ้าคืนก็เกิดสายฟ้าฟาด แสงวาบผ่านไป เสียงฟ้าร้องตามมาครืนๆ
แล้วฝนก็เทกระหน่ำลงมา ไม่กี่นาทีก็ดับไฟมหึมาที่ฟาร์มหมูได้
ไฟดับ ฝนก็หยุด
หนิงหนิงถอนใจโล่งอก “เสียวจริงเลย ลุงผู้ใหญ่เกือบอดหิวแล้ว”
ขณะหนิงหนิงกำลังแบกฟืนแห้งอีกครั้ง หมุนตัวจะเดินกลับบ้าน เงาคนหนึ่งก็วิ่งมาใกล้ฟาร์มหมู
คนคนนั้นย่องๆแอบดูฟาร์มหมูอย่างมีพิรุธ แล้วกระทืบเท้าแค้นพลางบ่น
“ฟ้าฆ่าเสียจริง อุตส่าห์เผาจนวอดไว ขนาดฝนยังตกหนักอีก!”
หนิงหนิงจำคนคนนั้นได้ เขาคือกัวจี้สือเมื่อวานวิ่งไปบ้านผู้ใหญ่บ้าน ด่าผู้ใหญ่บ้านว่าแกล้งแบ่งที่เน่าให้เขาสี่หมู่
กัวจี้สือเพิ่งด่าจบ หันมาพอดี เห็นหนิงหนิงกำลังจ้องมองเขา
กัวจี้สือสะดุ้ง แต่เขากลอกตาไปมา แล้วจู่ๆก็เดินมาทางหนิงหนิง
“ดีสิ! เด็กอะไรไม่รู้จักเรียนดี เรียนแต่เล่นติดไฟ! ไป ไปพบผู้ใหญ่บ้านด้วยกัน ให้ป้าเอ็งใช้ค่าเสียหาย!”
หนิงหนิงถูกกัวจี้สือฉุดไปส่งถึงบ้านผู้ใหญ่บ้าน ปากแข็งบอกว่าหนิงหนิงเป็นคนวางเพลิงฟาร์มหมู
โชคดีที่ฝนฟ้าลงมา ฟาร์มหมูถึงไม่ถูกเผา
ผู้ใหญ่บ้านแม้จะคลางแคลงในใจ คิดว่าหนิงหนิงไม่ใช่เด็กที่จะเผาฟาร์มหมู
แต่เมียผู้ใหญ่บ้านโกรธจนได้สติ หาตัวจนไปถึงบ้านกัวสุยอันเพื่อเรียกร้องให้รับผิดชอบ
สุดท้ายหลี่ชุนฮวาถูกเมียผู้ใหญ่บ้านบีบจนทนไม่ไหว โยนเงินห้าหยวนใส่เธอ พลางโมโหว่า
“ห้าพันหยวนไม่มี ก็มีแต่ห้าหยวน จะเอาไม่เอา ไม่เอาก็เอาตัวซวยนี้ไปเลย!”
หลี่ชุนฮวามองคนที่เอาเงินไปแล้วยังเดินบ่นงึมงำ กองไฟโทสะเลยระบายไม่ถูก
คว้าท่อนไม้แล้วลงมือทุบตีหนิงหนิงอีกรอบ
“ป้าจ๋า หนิงหนิงไม่ได้เป็นคนวางเพลิง หนิงหนิงขอฝนมา หมูๆถึงไม่ตายนะ!”
หลี่ชุนฮวาจะฟังคำหนิงหนิงได้อีกที่ไหน ฟาดไม้หักไปหนึ่งท่อน ก็เปลี่ยนเป็นเถาวัลย์ฟาดไปที่ตัวเธอต่อ
หลังทุบตีอย่างหนัก ก็โยนหนิงหนิงเข้าเพิงฟืน “แกอดตายในนั้นเสียดีกว่า! ข้าจะได้ประหยัดข้าวสักคำ!”
หนิงหนิงน้อยขาดอาหารมาเกือบสามวันแล้ว
ในความฝัน เธอเหมือนเห็นแม่ สะลึมสะลือ แล้วก็พูดกับฟ้าอีกครั้ง
“คุณปู่ฟ้าเจ้า ช่วยโทรหาแม่ให้หนิงหนิงหน่อยได้ไหม หนิงหนิงคิดถึงแม่ หนิงหนิงหิวจังเลย...”
สิ่งที่หนิงหนิงคิดคือ เมื่อคืนเธอขอให้ฟ้าฝนตก ฝนก็ตกลงมาจริงๆ
ดังนั้นตอนนี้เธอขอให้ฟ้าช่วยโทรหาแม่ แม่ก็ต้องมาตามหาเธอเร็วๆนี้แน่
เมืองหลวง ตระกูลลู่ คฤหาสน์หรู
ซูเนี่ยนเหอสะดุ้งตื่นจากฝัน ในหัวมีเสียงชายชราพูดขึ้น “นอกเมืองหลวงสามร้อยลี้ หมู่บ้านอันสี่ ช่วยหนิงหนิง”
หลังจากนั้น ก็มีเสียงเรียกของหนิงหนิงดังขึ้นในหัวเธอไม่หยุด “แม่จ๋า หนิงหนิงหิวแล้ว...”
ซูเนี่ยนเหอกอดผ้าห่ม ร่ำไห้สะอื้นจนขาดใจ
สองปีก่อน หนิงหนิงพลัดหลงโดยไม่คาดฝัน ซูเนี่ยนเหอไม่เคยเจอลูกสาวสุดที่รักอีกเลย
ร้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจหลายครั้งก็ไร้ผล เธอใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน ดั่งร่างไร้วิญญาณ
ซูเนี่ยนเหอเป็นพนักงานบัญชีของบริษัทตระกูลลู่ กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ในเมืองหลวง เธอทำงานที่กลุ่มบริษัทลู่อย่างทุ่มเทมาหกปี
สามเดือนก่อน ลู่จิ่งชวนประธานกลุ่มบริษัทลู่ก็ขอเธอแต่งงานกะทันหัน
ซูเนี่ยนเหอถามลู่จิ่งชวนอย่างประหม่า “ประธานลู่คะ ดิฉันทำอะไรผิดไปเหรอคะ?”
ลู่จิ่งชวนพูดไม่ออก ในความจนใจ เขาเล่าความลำบากที่ตระกูลลู่กำลังเผชิญอยู่ให้ซูเนี่ยนเหอฟังตามความจริง
เซี่ยหว่านภรรยาของลู่ถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเมื่อสามปีก่อน รักษาตัวหนึ่งปีก็เสียชีวิต ทิ้งลูกชายสองคน ลูกสาวหนึ่งคน
ตั้งแต่เซี่ยหว่านเสียชีวิต ลูกทั้งสามก็มีปัญหาต่างๆตามมา
ลูกชายคนโตผลการเรียนร่วงดิ่ง ลูกชายคนเล็กสติฟั่นเฟือน ลูกสาวคนเล็กเสียใจมากเกินจนเกิดบาดแผลทางใจ
กิจการของกลุ่มบริษัทลู่เองก็มีปัญหาเช่นกัน
แหล่งน้ำสำหรับผลิตน้ำบรรจุเกรดพรีเมี่ยมปนเปื้อนมลพิษ
องุ่นในไร่ผลิตไวน์แดงเหี่ยวเน่า สัญญาผลิตไวน์ระดับสุดยอดต้องเผชิญค่าปรับมหาศาล
ธุรกิจเครื่องประดับในต่างประเทศถูกฝ่ายตรงข้ามกดดันอย่างมุ่งร้าย
โครงการใหญ่หลายโครงการถูกระงับ คู่ความร่วมมือก็ถอนตัวกะทันหัน...
ธนาคารเอกชนตระกูลลู่ถูกถอนเงินจนอลหม่าน กลุ่มบริษัทเผชิญปัญหาสภาพคล่อง
และตั้งแต่ปีที่แล้ว กลุ่มบริษัทลู่ก็เริ่มมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน จุดนี้ซูเนี่ยนเหอรู้ดี
ลู่จิ่งชวนบอกซูเนี่ยนเหอตรงๆว่า เขายามจนตรอก ได้ไปพบอาจารย์หลี่จิ้งเยว่
อาจารย์บอกว่า ที่ตระกูลลู่มาถึงขั้นทุกวันนี้ ก็เพราะสายสกุลลู่ขาดธาตุดินและไฟอย่างหนักในห้าธาตุ
“อาจารย์หลี่บอกว่า คุณมีพลังธาตุดินในดวงแรงมาก ถ้าคุณสามารถแต่งเข้าตระกูลลู่ ตระกูลลู่ก็จะฟื้นคืนชีพได้”
“พู่วฮ่าๆ! ประธานลู่คะ ทำไมคุณถึงเชื่อเรื่องงมงายล่ะคะ ถ้าในโลกนี้มีเรื่องมหัศจรรย์แบบนี้จริงๆ ฉัน...”
ซูเนี่ยนเหอคิดว่าเหตุผลขอแต่งงานของลู่จิ่งชวนเหลวไหลเกินไป ตั้งใจจะปฏิเสธเขา
“ห้าสิบล้าน!” ลู่จิ่งชวนมีสีหน้าจริงจังเคร่งขรึม ไม่ได้ล้อเล่นแม้แต่น้อย
คำปฏิเสธถึงริมฝีปากซูเนี่ยนเหอ ท้ายที่สุดแล้วก็กลายเป็น “ฉันเต็มใจ”