ที่พูดเก่งขนาดนี้ได้ ต้องขอบคุณรางวัลจากการเลี้ยงลูกสองครั้งก่อน ซึ่งทำให้เขาได้รับทักษะเลียนเสียง
เดิมทีตั้งใจเอาไว้ใช้กล่อมเสี่ยวไต้ไต้ให้นอน ไม่คิดเลยว่าจะได้ใช้ในจังหวะสำคัญแบบนี้
หลังซูซื่อเฉินอธิบายอย่างจริงใจ บรรดาแฟนคลับก็คลายความกังวลลง
เมื่อเห็นว่าคะแนนการยอมรับจากแฟนคลับทั่วทั้งเน็ตเพิ่มขึ้นถึง 12% และยังค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ ซูซื่อเฉินก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ตอนนี้ก็สี่ทุ่มแล้ว เสี่ยวไต้ไต้ต้องพักผ่อน ที่เหลือจึงปล่อยให้ไต้เสี่ยวเม่ยรับมือเอง
“ฉันพาลูกไปนอนก่อนนะ คุยกับเพื่อน ๆ ในไลฟ์ดี ๆ ล่ะ” ซูซื่อเฉินพูดยิ้ม ๆ
“รู้แล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่รัก” ไต้เสี่ยวเม่ยพูดด้วยความซาบซึ้ง ก่อนจะลุกขึ้นต่อหน้าแฟนคลับ แล้วจุ๊บซูซื่อเฉินฟอดใหญ่
เธอคิดว่าในเมื่อเรื่องถูกเปิดเผยไปทั่วทั้งเน็ตแล้ว ก็ไม่เห็นต้องเขินอายอะไรอีก จุ๊บเขาไปทีหนึ่งแล้วก็จุ๊บเสี่ยวไต้ไต้ต่ออีกที ทำเอาเจ้าตัวน้อยหัวเราะเสียงใสกังวานขึ้นมาอีกครั้ง
ชั่วพริบตาเดียว แฟนคลับนับหมื่นก็รู้สึกเหมือนได้รับการเยียวยาอีกครั้ง
ซูซื่อเฉินจึงพาเสี่ยวไต้ไต้ออกจากห้องไลฟ์ แล้วเข้าไปในห้องนอนใหญ่ที่ตกแต่งเปลน้อยไว้อย่างอบอุ่น
“วันนี้เสี่ยวไต้ไต้อยากฟังนิทานเรื่องอะไร หรืออยากฟังพ่อร้องเพลง?”
เสี่ยวไต้ไต้ตอบกลับมาด้วยเสียงหัวเราะร่าเริง เธอยังพูดไม่ได้
ซูซื่อเฉินลูบแก้มนุ่มเด้งของเสี่ยวไต้ไต้แล้วพูดว่า “งั้นพ่อร้องเพลงให้ฟังนะ แล้วคนเก่งก็หลับดี ๆ ล่ะ”
เสียงทุ้มนุ่มมีเสน่ห์ดังขึ้น เขาไม่ได้ร้องเพลงเด็ก แต่กลับใช้ความสามารถเฉพาะตัวร้องเพลง “เหินฟ้าบนนภา” ของนักร้องคนหนึ่ง จนชวนให้ใจเต้นแรง
ดูเหมือนเสี่ยวไต้ไต้จะชอบเวลาซูซื่อเฉินร้องเพลงมาก เธอจึงยกมือทั้งสองข้างปรบอย่างไร้จังหวะและไม่เป็นระเบียบ ดูตื่นเต้นสุด ๆ
……
ไต้เสี่ยวเม่ยนั่งอยู่บนเก้าอี้พนักพิง มองข้อความที่วิ่งบนหน้าจอแล้วเห็นชัดว่าเริ่มรับมือไม่ไหว
โชคดีที่เธอเป็นสตรีมเมอร์มาหลายปี จึงยังพอมีไหวพริบรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า
พอเห็นว่าซูซื่อเฉินจัดการสถานการณ์ได้แล้ว เธอก็หันกลับมาคุยกับแฟนคลับต่อ “ทุกคน ฉันอธิบายเรื่องคร่าว ๆ ให้ฟังไปแล้ว ก็หวังว่าทุกคนจะเห็นใจกันหน่อย อย่าเอาไปเผยแพร่ที่ไหนเลยนะ แล้วก็อย่าอัดคลิปไปลงโต่วอินด้วย…”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ก็มีคนลงมือไปแล้ว
มีคนอัปโหลดวิดีโอที่ซูซื่อเฉินจูบเธอขึ้นไปตั้งแต่แรก คาดว่าอีกไม่นานเธอคงดังในโต่วอินขึ้นมาอีกรอบ
ไต้เสี่ยวเม่ยเข้าใจเรื่องนี้ดี แต่ก็ยังพยายามลดความเสียหายให้มากที่สุด ไม่อยากให้ซูซื่อเฉินต้องเจอกระแสด้านลบมากเกินไป
เดิมทีเขาก็ไม่ได้อยู่ในวงการนี้อยู่แล้ว ไต้เสี่ยวเม่ยไม่อยากให้ซูซื่อเฉินต้องเจ็บปวด
ไหนจะลูกน้อยที่ยังไม่โตของเธออีก
หลังจากคุยเล่นกันอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็มีเสียงร้องเพลงทุ้มมีเสน่ห์ชวนใจสั่นดังขึ้น
เสียงไม่ได้ดังมาก แต่เพื่อน ๆ ในห้องไลฟ์ได้ยินพอดี
พอได้ยินเสียงที่ทำให้หัวใจเต้นแรง บรรดาแฟนคลับก็พากันคลั่ง
ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับผู้ชายหรือผู้หญิง ต่างก็อุทานด้วยความทึ่งว่า “เชี่ย ใครร้องเพลงอยู่เนี่ย?”
“เหินฟ้าบนนภาเหรอ?”
“ให้ตายสิ ถ้าไม่ใช่เพราะฟังออกว่าเป็นเสียงใคร ฉันคงนึกว่าเป็นเสียงนักร้องต้นฉบับแล้ว!”
“เพราะมากเลย!”
“ยัยแก่ สามีเธอทำงานอะไรเนี่ย เป็นนักร้องเหรอ?”
“เสียงทุ้มมีเสน่ห์นี่มันอะไรกัน! โคตรสุดเลย”
“เย้ายวนเกินไปแล้ว รักเสียงนี้เข้าแล้วสิ”
“ไต้เสี่ยวเม่ย เธอได้ของดีมาแล้วนี่ ถึงว่าซ่อนไว้ไม่ให้ใครเห็น ผู้ชายแบบนี้ใครจะไม่รักล่ะ!”
“จังหวะแม่นมาก อารมณ์เพลงก็ได้สุด ๆ ฉันเคยฟังเวอร์ชันอื่นมาแล้ว แต่เวอร์ชันนี้ก็ชอบมากเหมือนกัน สุดยอดจริง ๆ!”
เสียงร้องอันน่าทึ่งของซูซื่อเฉินดังมาถึงหูไต้เสี่ยวเม่ยด้วย ฟังซ้ำกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
นอกจากเพลงนี้แล้ว ซูซื่อเฉินยังมีเพลงเพราะ ๆ อีกหลายเพลง เดิมทีเธอคิดจะอัดแล้วเอาไปลงบัญชีโต่วอินของตัวเอง แต่ซูซื่อเฉินห้ามไว้
ตอนนี้เห็นข้อความชื่นชมเต็มหน้าจอ ไต้เสี่ยวเม่ยก็อดใจฟูไม่ได้
นี่แหละผู้ชายของเธอ!
คุณพ่อเลี้ยงลูกได้สารพัดอย่าง!
“ทุกคน ฟังเพลงจบแล้ว พวกเราก็ควรเข้านอนได้แล้วใช่ไหม?” พอเพลงจบ ไต้เสี่ยวเม่ยก็รีบวกกลับเข้าเรื่องทันที
“พรุ่งนี้ฉันจะพาเสี่ยวไต้ไต้มาสตรีมด้วยนะ แต่จะไม่ไลฟ์ในบ้านแล้ว จะออกไปข้างนอกแทน เวลาเดิม แล้วเจอกันนะ!”
ระหว่างพูด ไต้เสี่ยวเม่ยก็โบกมือ จากนั้นเล็งปุ่มจบไลฟ์ ก่อนจะปิดกล้องที่ก่อเรื่องวุ่นวาย แล้วกดปิดอย่างแรง!
พอหน้าจอดับ ไต้เสี่ยวเม่ยก็ถอนหายใจโล่งอกได้เสียที
แต่พอเห็นจำนวนแฟนคลับที่เพิ่มขึ้น เธอก็ไม่แน่ใจว่านี่เป็นเรื่องร้ายที่กลับกลายเป็นดีหรือเปล่า เพราะในเวลาแค่หนึ่งชั่วโมง เธอได้ผู้ติดตามเพิ่มเกือบ 50,000 คน!
มากกว่าบางวันที่เธอสตรีมทั้งวันเสียอีก ยอดโดเนตก็มากกว่าปกติหลายเท่า เพียงแต่ไม่ได้ให้ไต้เสี่ยวเม่ย แต่เป็นซองแดงให้เสี่ยวไต้ไต้
“บางทีฉันอาจเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดีได้เหมือนกันก็ได้นะ” ไต้เสี่ยวเม่ยคิดแบบนั้น ก่อนจะปรับอารมณ์ให้สงบ สูดหายใจออก แล้วจบการสตรีมของวันลง
จากนั้นเธอก็ค่อย ๆ เดินไปที่ห้องโถง เห็นว่าในห้องนอนยังเปิดไฟอยู่ แต่ซูซื่อเฉินกับเสี่ยวไต้ไต้เงียบกริบ เธอจึงย่องเข้าไปดูอย่างเบามือเบาเท้า
แล้วก็เห็นว่าซูซื่อเฉินกำลังจัดเสื้อผ้าที่จะใส่พรุ่งนี้ แถมยังพับกางเกงในตัวน้อยของเธอเก็บไว้อย่างเรียบร้อยด้วย
ไต้เสี่ยวเม่ยหน้าแดงขึ้นมา เดินเข้าไปแล้วพูดว่า “ที่รัก มีคุณอยู่ด้วยดีจังเลย!”
พูดจบ เธอก็กางแขนโอบแขนซูซื่อเฉิน แล้วเขย่งปลายเท้าจูบเขาก่อน
ซูซื่อเฉินจูบตอบ ก่อนจะยิ้มถามว่า “เลิกไลฟ์แล้วเหรอ?”
“อื้อ คราวนี้รับรองว่าปิดแล้วจริง ๆ” ไต้เสี่ยวเม่ยยืนยัน
“งั้นก็ดี” ซูซื่อเฉินยิ้ม แล้วอุ้มเธอขึ้นพาดเอว ก่อนพูดต่อว่า “ออกไปคุยกันข้างนอกเถอะ เสี่ยวไต้ไต้หลับแล้ว”
ไต้เสี่ยวเม่ยเห็นเสี่ยวไต้ไต้หลับสนิทอยู่ในเปล ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มหวาน “ที่รัก โชคดีที่มีคุณ ไม่งั้นถ้าต้องให้ฉันเลี้ยงลูกเอง คงสติแตกไปแล้ว”
ทั้งคู่เดินออกมาข้างนอก ไต้เสี่ยวเม่ยทั้งอดทอดถอนใจไม่ได้และรู้สึกมีความสุขเหลือเกิน การมีสามีที่ทำได้ทุกอย่างคอยเลี้ยงลูกอยู่บ้านนี่มันต่างกันจริง ๆ
“คุณกล่อมเสี่ยวไต้ไต้จนไม่ร้องไม่งอแงทุกวัน มีแต่เสียงหัวเราะ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าคุณทำได้ยังไง”
ซูซื่อเฉินกลับยิ้มแล้วตอบว่า “แค่ใจเย็นให้มากขึ้นหน่อยก็ทำได้แล้ว”
ไต้เสี่ยวเม่ยส่ายหน้า “พูดง่าย แต่ทำยากมากเลยนะ ที่รัก เหนื่อยหน่อยนะ”
ไต้เสี่ยวเม่ยมองใบหน้าหล่อเหลาเบื้องหน้าแล้วอดรู้สึกสงสารไม่ได้ “ทุกวันคุณต้องทำเพื่อครอบครัวนี้ เพื่อเสี่ยวไต้ไต้ แล้วก็เพื่อฉัน จนไม่มีเวลาพักเป็นของตัวเองเลย”
ที่จริง ก่อนจะได้ระบบมา การดูแลเสี่ยวไต้ไต้ทำให้ซูซื่อเฉินเหนื่อยแทบแย่
แต่เพราะมีความสามารถต่าง ๆ และรางวัลที่ระบบมอบให้ ซูซื่อเฉินจึงมีแรงฮึดขึ้นมา
อีกอย่างเสี่ยวไต้ไต้ก็ให้ความร่วมมือมาก เขาถึงได้ทำหน้าที่คุณพ่อเต็มเวลาได้ดี
“งั้นคืนนี้ถือว่าเป็นเวลาพักของฉันได้ไหม?” จู่ ๆ ซูซื่อเฉินก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำเอาไต้เสี่ยวเม่ยใจเต้นวูบ เธอรีบได้สติแล้วพูดหน้าแดงว่า “ที่รัก คุณยังไหวอยู่เหรอ?”
“ลองดูแล้วจะรู้เองไหมล่ะ?” ซูซื่อเฉินอุ้มไต้เสี่ยวเม่ยเข้าไปในห้องพักอีกห้องที่ทั้งคู่ใช้เป็นพื้นที่ส่วนตัว ทำเอาหัวใจของเธอเต้นแรงรัวเหมือนกวางน้อย
……