ฉินอวี้รู้สึกว่า ตัวเองคงจะป่วยเสียแล้ว
ทั้งที่รู้ว่าจ้าวหลวนกำลังปั่นหัวตัวเองแท้ ๆ กลับรู้สึกว่าที่นางพูดก็มีเหตุผลอยู่บ้าง
ยามทุกข์ยากจึงเห็นน้ำใจ!
ตอนนี้แหละเป็นเวลาดีที่สุดที่จะดูว่าคนรอบข้างใครเป็นเช่นไร
ฉินอวี้เงียบขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง เงยหน้าถาม “ข้าขอปฏิเสธได้หรือไม่?”
“ไม่ได้!”
จ้าวหลวนเลิกเสแสร้ง “ข้าจะอภัยโทษให้เจ้าตามที่ขอ! แต่ในเมื่อเจ้ามารับประกาศหลวง งานวันประสูติพระพันปีหลวงย่อมต้องให้เจ้าเป็นคนจัด! มิเช่นนั้น ประกาศหลวงจะกลายเป็นเรื่องล้อเล่นหรือ?”
ปฏิเสธไม่ได้!
แล้วมึงจะถามทำหอกอะไร?
นี่มันจงใจจะโยนให้ข้าชัด ๆ!
ช่างเถอะ!
ชีวิตก็เหมือนอย่างว่า ในเมื่อสู้ไม่ได้ก็จงสุขกับมัน!
รอให้ท่านข้าเทพก่อนเถอะ จะถลกชุดคลุมจักรพรรดิเจ้าแล้วบังคับร้องเพลงพิชิตให้ดู!
สายตาฉินอวี้กวาดมองเรียวขายาวของจ้าวหลวน แล้วถามอีกว่า “ถ้าข้าเอาใจพระพันปีหลวงไม่สำเร็จ ฝ่าบาทจะลงโทษหรือไม่?”
“ไม่ลงโทษ!”
จ้าวหลวนส่ายหน้า “ข้ายังจะปกป้องเจ้า! หาที่เงียบ ๆ ให้เจ้าหลบไปสักพัก รอให้พระพันปีหลวงหายกริ้วก่อน ค่อยปล่อยเจ้าออกมา!”
ฟังคำจ้าวหลวนแล้ว ฉินอวี้ก็เขียนตัว "จำนน" ใหญ่ ๆ ไว้ในใจ
คิดจะจับข้าขังแล้วแกล้งแก้แค้น ยังดัดจริตพูดให้ดูดีได้!
“เช่นนั้นก็ขอบพระทัยฝ่าบาท!”
ฉินอวี้จำใจรับภาระนี้
แค่เอาใจพระพันปีหลวงให้ทรงสบายพระทัยไม่ใช่หรือ?
จะจับข้าขังทรมาน ฝันไปเถอะ!
“เช่นนั้นก็ตกลง! เจ้ากลับไปคิดดูก่อนว่าควรจัดอย่างไร อยากได้อะไรก็บอกข้า!”
จ้าวหลวนว่าแล้วก็สั่งอวิ๋นอิงต่อว่า “ส่งคนไปส่งเขากลับ!”
อวิ๋นอิงรับคำสั่ง รีบจัดคนไปส่งฉินอวี้ทันที
พอกลับถึงเรือน ซ่างกวนโหย่วอี๋จึงถามด้วยความสงสัยว่า “พระพันปีหลวงแต่เดิมก็ทรงหมายใช้เรื่องงานวันประสูติให้ฝ่าบาทเสียพระเกียรติอยู่แล้ว ฉินอวี้ทำให้แผนพระพันปีหลวงล้มเหลว เขายังจะเอาใจพระพันปีหลวงได้อีกหรือ?”
“ข้าหวังว่าเขาจะทำได้!”
ถ้าฉินอวี้เอาใจพระพันปีหลวงสำเร็จ เรื่องนี้ก็เป็นที่ถูกใจทุกฝ่าย
ถ้าฉินอวี้ทำไม่ได้ นางก็จะใช้ข้ออ้างปกป้องฉินอวี้ กักบริเวณเขาไว้ ไม่ให้ออกไปก่อเรื่องวุ่นวาย!
ไม่อย่างนั้น เวลาเขาไปตีกับใคร นางก็ต้องเจ็บไปด้วย!
รอให้พันธะระหว่างพวกเขาหายไปก่อน ค่อยปล่อยฉินอี้ออกมา
นอกจากนี้ นางยังอยากดูด้วยว่า เรื่องที่ลวี่ซื่อปลุกปั่นให้ฉินอวี้รับประกาศหลวง เป็นแค่การเอาชนะกันของสองเสียน หรือว่ามีคนอยากใช้มือนางทำลายตระกูลฉินกันแน่
ถ้าฉวยโอกาสนี้สะสางพวกอมนุษย์ได้ก็ยิ่งดี!
ดังนั้น เรื่องนี้ ก็ต้องให้ฉินอวี้ไปทำเท่านั้น!
ระหว่างที่จ้าวหลวนกำลังครุ่นคิดตามลำพัง นางในคนหนึ่งก็รีบร้อนมารายงานว่า “กราบทูลฝ่าบาท อ๋องเว่ยกั๋วกอดป้ายวิญญาณบรรพชนตระกูลฉินไว้ ร้องอาละวาดกลางประตูวัง ตะโกนว่าจะขอกลับไปรับใช้ฮ่องเต้องค์ก่อนและจักรพรรดิเซี่ยวอู่...”
“...”
จ้าวหลวนกระตุกมุมปาก ทั้งขัดพระทัยทั้งขำ
ไอ้เฒ่าจอมฉ้อฉลนี่!
สุดยอดฝีมือรองจากปรมาจารย์ ถึงกับมาลงไปดิ้นเร่า ๆ กลางประตูวัง?
หน้าไม่อายเลย!
จ้าวหลวนด่าในใจแวบหนึ่ง แล้วจึงตรัสเรียบ ๆ ว่า “ไม่เป็นไร อีกเดี๋ยวได้เจอฉินอวี้มันก็คง...”
พูดได้ครึ่งคำ จ้าวหลวนก็สะดุ้งพระทัยขึ้นมา
แย่แล้ว!
ด้วยนิสัยเดือดพล่านของเสือเฒ่าฉิน พอเจอหน้าฉินอวี้ ยังไงก็ต้องตีกันชุดใหญ่แน่!
ถึงตอนนั้น ตัวเองก็ต้องเจ็บไปด้วย!
พอนึกได้ จ้าวหลวนก็ผวาลุกพรวด รีบตวาดสั่งอวิ๋นอิงว่า “เร็ว! ไปจับตาดูฉินอวี้ไว้! ข้าตามไปเดี๋ยวนี้!”
“ฝ่าบาท นี่มันเรื่องอะไร?”
อวิ๋นอิงและซ่างกวนโหย่วอี๋มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“เร็ว!”
จ้าวหลวนไม่ทันอธิบาย รีบวิ่งออกไป
ฉินฝูเหมิงไม่ใช่แค่วันนี้ที่ตีฉินอวี้ไม่ได้ แต่ตราบใดที่พันธะยังไม่หาย ก็ห้ามตี!
เห็นจ้าวหลวนร้อนรนถึงเพียงนั้น อวิ๋นอิงไม่กล้าชักช้า รีบวิ่งตามออกไป
ด้านนอก ฉินอวี้กำลังถูกองครักษ์ประจำองค์สองนายคุ้มกันเดินออกจากวัง
“หยุด!”
จู่ ๆ ข้างหลังก็มีเสียงอวิ๋นอิงดังขึ้น
ฉินอวี้หันไปมอง ในใจปึงปังขึ้นมาทันที
แย่แล้ว!
แม่มดคงยังไม่หายแค้น คิดจะให้องครักษ์มาสั่งสอนตัวเองอีกแน่!
นางอภัยโทษให้ตัวเอง แต่บ่าวนางจะมาตี ข้านี่นา!
เสร็จแล้วมาเหน็บว่า ข้าอภัยเจ้าแล้ว แต่พวกนางจะตีเจ้า ข้าก็ห้ามไม่ได้!
มุขนี้คุ้นชัด ๆ!
ลมเปลี่ยน ท่าไม่ดี กลับก่อน!
ฉินอวี้ชำเลืององครักษ์สองนายแล้วบอก “ไม่ต้องส่งก็ได้ ข้ากลับเอง!”
สิ้นเสียง ฉินอวี้ก็สเต็ปหมาป่าบวกดวงดาว
ฟิ้ว!
สององครักษ์ยังไม่ทันได้สติ ฉินอวี้ก็วิ่งไปไกลแล้ว
“รีบตาม!”
เห็นฉินอวี้หนี อวิ๋นอิงก็รีบออกตัวตาม
เขาวิ่ง นางตาม!
เขาอยากงอกปีกบิน
ไม่รู้ว่าพลังแฝงระเบิด หรือสายเลือดอนารยชนตระกูลฉินถูกปลุกขึ้นมา ยังไงก็ตาม ฉินอวี้หนีได้เร็วอย่างน่าขัน
ฉินอวี้กลั้นใจวิ่งออกจากวัง พอถึงประตูวัง ก็ได้ยินเสียงร้องไห้โวยวายเกินจริง
“ฮ่องเต้องค์ก่อนเอ๋ย ข้ารับใช้ชาติมาแต่ไร้คุณ ข้าอับอาย!”
“ตอนนั้นข้าตามท่านไปเสียก็ดี!”
“จักรพรรดิเซี่ยวอู่ ข้าคิดถึงท่าน ให้ข้าไปจูงม้าให้ท่านใต้สุธากาลเถิด...”
ฉินอวี้วิ่งออกนอกประตูไป เห็นตาลุงผมขาวกอดป้ายวิญญาณอยู่หลายแผ่นนอนดิ้นเร่า ๆ กลางประตูวัง
ทหารรักษาพระองค์ไม่กล้าเข้าไปประคอง ได้แต่มองตาปริบๆ ไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายก็คุกเข่าโขกศีรษะไม่หยุด
ฉินอวี้สะดุ้ง
นั่นมัน...
ไอ้เฒ่า!
“ไอ้เฒ่า นี่ทำบ้าอะไรเนี่ย?”
ฉินอวี้ย้อนกลับมา หายใจหอบพลางถาม
ฉินฝูเหมิงหยุดร้องกะทันหัน
มองดูหลานชายยืนหอบอยู่ตรงหน้า ฉินฝูเหมิงก็ตะลึงไป
จากนั้นก็โฮร้อง!
“หลานรัก! โทษแต่ปู่ไร้ความสามารถ ช่วยเจ้าไม่ได้!”
ฉินฝูเหมิงน้ำตาไหลพราก ป้ายวิญญาณที่กอดอยู่ก็โยนทิ้งพื้น
ฉินอวี้หน้าเหวอ “ไอ้เฒ่า ดีใจก็ไม่ต้องขนาดนี้มั้ง?”
ฉินฝูเหมิงปาดน้ำตา ร่ำไห้ปานใจจะขาด “หลานเอ๋ย เจ้าอย่ายืนกลางแดดเลย ระวังวิญญาณสลาย รีบไปอยู่ใต้ชายคา ให้ปู่มองเจ้าอีกหน่อย...”
อะไรวะ?
ฉินอวี้กระตุกมุมปาก มองไอ้เฒ่าอย่างพูดไม่ออก
ที่แท้ตาเฒ่านึกว่าตัวเองเป็นผี?
“ข้ายังอยู่ดี ๆ นี่! มึงร้องไห้หาอะไร!”
ฉินอวี้พูดพลางเดินเข้าไปประคองฉินฝูเหมิง “รีบลุกขึ้น อย่ามาทำขายหน้าอยู่ตรงนี้!”
อืม?
ไม่ตาย?
ฉินฝูเหมิงอึ้ง รีบคว้ามือฉินอวี้มาบีบๆ
อุ่น!
มีตัวตน!
“จ...เจ้าไม่ตายจริง ๆ?”
ฉินฝูเหมิงมองหลานอย่างไม่อยากเชื่อ
ไม่มีเหตุผลนี่!
ตัวเองเพิ่งเริ่มออกฤทธิ์ เขาก็ถูกปล่อยแล้ว?
เมื่อวานฝ่าบาทยังโวยวายจะฆ่าอยู่เลยไม่ใช่หรือ?
วันนี้ทำไมดีด้วยง่ายจัง?
“บ้าน่า!”
ฉินอวี้ก้มเก็บป้ายวิญญาณบนพื้น เร่งว่า “รีบไปเถอะ คนของฝ่าบาทกำลังตามมา!”
อะไรนะ?
คนของฝ่าบาทตามมา?
ฉินฝูเหมิงสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
วินาทีต่อมา ฉินฝูเหมิงคว้าคอเสื้อฉินอวี้ ตาแทบพ่นไฟแผดเสียง
“เจ้าลูกทรพี กล้าแหกคุก!”
ยังไม่ทันที่ฉินอวี้จะตั้งตัว หมัดดั่งห่าฝนของฉินฝูเหมิงก็รัวใส่ไม่ยั้ง
“เฮ้ย...”
“ไอ้เฒ่า มึงบ้าไปแล้ว!”
“กูไม่ได้แหกคุก! โอ๊ย...”
ฉินอวี้ร้องลั่น
ฉินฝูเหมิงไม่ฟังแถมยังใช้ท่ารวบลิ้นเชลยศึก
มือหนึ่งปิดปาก มือหนึ่งปล่อยหมัดดาวหางม้าบิน
ภายใต้กำลังอันทำลายล้างของฉินฝูเหมิง ฉินอวี้ไม่มีแรงแม้แต่จะขัดขืน กระทั่งเสียงก็ร้องไม่ออก ได้แต่สบถด่าทวดตัวเองในใจ
คลอดมาได้ไงวะ ของเถื่อนแบบนี้!
มีไม้เด็ดอะไรก็ใช้กับหลานตัวเองหมด!
ตอนนั้นเอง อวิ๋นอิงก็พาคนตามมาทัน
เห็นฉินอวี้ถูกทุบเละเป็นโจ๊ก หลายคนไม่ห้าม แถมยังยืนดูอย่างสะใจ
มึงหนีสิ!
เมื่อกี้วิ่งได้เร็วดีไม่ใช่หรือ?
ทีนี้ล่ะ ไม่วิ่งต่อล่ะ?
สมน้ำหน้า!
อืม ต่อยเลย จัดหนัก!
อวิ๋นอิงแอบเชียร์ฉินฝูเหมิงอยู่ในใจ
“หยุด!”
ทันใดนั้น เสียงเกรี้ยวกราดก็ระเบิดขึ้นในหูของพวกเขา
เห็นจ้าวหลวน ฉินฝูเหมิงก็ชะงักไปเล็กน้อย
แต่ฉินฝูเหมิงไม่ยั้งมือ กลับทุบแรงกว่าเดิม
“เจ้าลูกทรพี ร้องดัง ๆ ร้องให้น่าเวทนาเข้าไว้!”
ฉินฝูเหมิงกดเสียงเตือน ปล่อยมือจากปากฉินอวี้ แต่หมัดไม่หยุด
“ลูกทรพี!”
“กล้าแหกคุก?”
“ตระกูลฉินข้าสามรุ่นภักดีเพื่อชาติ กตัญญูภักดีทั้งตระกูล ลูกผู้ชายตระกูลฉิน ต่อให้ตายก็ต้องตายอย่างสง่าผ่าเผย!”
ฉินฝูเหมิงตะโกนลั่น กลัวจ้าวหลวนไม่ได้ยิน...