"ท่านพี่ช่วยด้วย... ช่วยข้าด้วย..."
เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของลวี่ซื่อดึงสติจ้าวหลวนกลับมาสู่ความเป็นจริง
จ้าวหลวนเพิ่งสังเกตว่าลวี่ซื่อเกือบถูกฉินอวี้รัดคอตายอยู่แล้ว
"ข้าไม่ใช่ท่านพี่ของเจ้า!"
จ้าวหลวนตอบกลับอย่างเย็นชา ก่อนจะมองฉินอวี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เจ้าปล่อยลวี่ซื่อได้แล้ว! แต่แน่นอน หากคิดจะใช้ชีวิตเขาเป็นข้อต่อรองกับข้า เจ้าก็ลองดูได้เลยว่า ข้าจะยอมให้เจ้าต่อรองหรือไม่!"
"เข้าใจผิด เข้าใจผิด!"
ฉินอวี้หัวเราะแห้ง "ข้าราษฎร..."
เอ๊ะ ไม่ใช่สิ!
มารยาทในต้าหนิงไม่ได้เคร่งครัดขนาดนั้น
ลูกหลานขุนนางแม้ไร้ตำแหน่งและบรรดาศักดิ์ ก็สามารถเรียกตัวเองว่า "ข้า" ต่อหน้าฮ่องเต้ได้
คิดได้ดังนั้น ฉินอวี้ก็รีบเปลี่ยนคำพูด "ข้าจะกล้าข่มขู่ฝ่าบาทได้อย่างไร? ข้าแค่ถูกบารมีของฝ่าบาทข่มไว้ ตื่นเต้นมากไปหน่อย"
พูดพลางฉินอวี้ก็รัดแน่นขึ้นอีกหนึ่งที ก่อนจะปลดโซ่ตรวนที่คล้องคอลวี่ซื่อออก
"แค่ก ๆ..."
ลวี่ซื่อทรุดตัวลงนั่งบนพื้น พร้อมกับสำลักไออย่างรุนแรง
จ้าวหลวนกวาดตามองลวี่ซื่ออย่างเย็นชา หน้าเครียดแล้วออกคำสั่ง "พาตัวไอ้สารเลวที่ลอบบุกรุกคุกหลวงนี้ไปคุมขังเสีย! หากไม่มีคำสั่งของข้า ห้ามผู้ใดเข้าเยี่ยม!"
"พ่ะย่ะค่ะ!"
องครักษ์ประจำองค์รีบรุดเข้ามา
ลวี่ซื่อใจสั่น รีบตะโกนลั่น "ฝ่าบาท ข้ามิได้ลอบเข้ามาในคุกหลวงเลยนะพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท..."
แต่องครักษ์ประจำองค์ไม่ให้โอกาสเขาพูดอีก จับปิดปากแล้วลากตัวออกไปโดยตรง
"คุกเข่า!"
ในเวลาเดียวกัน อวิ๋นอิงก็เตะเข้าที่ข้อพับขาของฉินอวี้
ฉินอวี้เซถลาล้มลง ข้อพับของจ้าวหลวนก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาเช่นกัน
ในใจของจ้าวหลวนกระตุกอย่างแรง
จบกัน!
ที่ตัวเองคาดเดาไว้ เป็นจริงเสียแล้ว!
ไอ้สารเลวที่สวรรค์แช่งนี้!
มีชั่วขณะหนึ่งที่นางอยากจะสับฉินอวี้ให้เป็นเนื้อบดจริง ๆ!
แต่ตอนนี้ นางไม่กล้าแตะต้องฉินอวี้แล้วจริง ๆ
ฆ่าฉินอวี้ เลวร้ายไปกว่านางก็อาจมีชีวิตอยู่ไม่ได้!
จ้าวหลวนกำหมัดแน่น พยายามข่มความโกรธในใจ เนิ่นนานนักจึงถามขึ้นอย่างเย็นชาว่า "พูดมาเถิด เหตุใดเจ้าจึงอยากพบข้า?"
ฉินอวี้เงยหน้าขึ้น "ข้าทราบว่าฝ่าบาทกำลังกลุ้มพระทัยเรื่องงานวันประสูติของพระพันปีหลวง ข้าสามารถช่วยฝ่าบาทแก้ไขความหนักพระทัยนี้ได้ ข้าไม่ต้องการรางวัลจากฝ่าบาทแล้ว เพียงแต่ขอให้ฝ่าบาทอย่าเอาผิดเรื่องที่ข้าล่วงเกินฝ่าบาทก็พอ!"
หืม?
จ้าวหลวนประหลาดใจเล็กน้อย
เขามีวิธีอย่างนั้นหรือ?
นี่เขาไม่ได้ใจง่ายเพราะถูกใครยั่วยุ แล้วไปเปิดประกาศหลวง แต่สามารถจัดงานเลี้ยงที่เป็นไปไม่ได้นี้ให้สำเร็จจริง ๆ หรือ?
เป็นไปไม่ได้กระมัง?
สิ่งที่ขุนนางทั้งวังทำไม่ได้ เขาทำได้อย่างนั้นหรือ?
"ว่ามาสิ!"
แม้ในใจจะกังขา แต่จ้าวหลวนก็ตัดสินใจฟังวิธีของฉินอวี้
ฉินอวี้ยิ้มแฉ่ง "ฝ่าบาทยังไม่ทรงตกลงตามเงื่อนไขของข้าเลยนะพ่ะย่ะค่ะ!"
"ข้าไม่ชอบผู้ใดมาเสนอเงื่อนไขกับข้า! โดยเฉพาะเจ้า!"
จ้าวหลวนราวกับถูกมือที่สามเข้าสิง มองฉินอวี้อย่างเอาแต่ใจ "ประกาศหลวงนั่นเจ้าเป็นคนเปิดเอง! หากเจ้าทำไม่ได้ ถือเป็นความผิดหลอกลวงเบื้องบน มีโทษถึงตาย!"
จ้าวหลวนอยากถอดรองเท้าฟาดหน้าฉินอวี้เสียจริง ๆ
ตัวเองถูกไอ้สารเลวนี่พัวพันด้วย ตอนนี้ทั้งตัวมีแต่โทสะไม่มีที่ระบาย!
มันยังกล้ามาต่อรองกับนางอีก?
"นี่จะว่าเป็นการต่อรองกับฝ่าบาทได้อย่างไร?"
ฉินอวี้ยิ้ม "ฝ่าบาทลองคิดดู พระอัยกาของข้าก็เป็นกั๋วกงอยู่แล้ว หากฝ่าบาทจะแต่งตั้งให้ข้าเป็นว่านหูโหวอีก แบบนี้ขุนนางทั้งวังก็จะถวายฎีกาค้านทุกวัน ทำให้ฝ่าบาทหาความสงบสุขมิได้! ผู้คนเช่นนี้ สู้เปลี่ยนเป็นรางวัลอื่นยังจะดีกว่า ทั้งได้แสดงความใจกว้างของฝ่าบาท แถมยังไม่ทำให้เหล่าขุนนางไม่พอใจอีกด้วย"
จ้าวหลวนชำเลืองมอง
ฮึ!
ก่อนหน้านี้ตอนมาล่วงเกินนาง เขาไม่เห็นเอาผู้ใดมาใส่ใจเลย!
ตอนนี้อยากเอาชีวิตรอด กลับพูดจาเป็นเสียแล้ว!
"ได้! ข้าอนุญาตเจ้า!"
จ้าวหลวนดึงสติกลับมา "แต่เจ้าฟังให้ชัดเจน หากเจ้ากล้าหลอกลวงเบื้องบน ข้าไม่ละเว้นเจ้าเด็ดขาด!"
"ไม่หลอก ไม่หลอก!"
ฉินอวี้ส่ายหัวรัว ๆ แล้วยืนยันกับจ้าวหลวนอีกครั้ง "ฝ่าบาท จอมกษัตริย์ย่อมไม่ตรัสมุสา?"
จ้าวหลวนรำคาญ "อย่าทดสอบความอดทนของข้า!"
"ได้ ได้!"
ฉินอวี้สบายใจขึ้นมาก ชี้ไปที่เสื้อผ้าของตัวเอง แล้วถามจ้าวหลวนด้วยรอยยิ้ม "ฝ่าบาท นี่อะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
"เจ้ากำลังเล่นตลกกับข้าอย่างนั้นหรือ?"
แววตาของจ้าวหลวนคมกริบราวกับมีด รู้สึกราวกับว่าในวินาทีถัดไปจะกระโจนเข้าไปฟาดฟันคนให้กระเจิง
ให้ตายสิ!
หญิงโฉดนี่มันอะไรกันนักหนา เหมือนกับถังดินปืน พอสะเก็ดไฟก็ปุ๊บติดปั๊บ?
ถ้านางไม่ใช่ฮ่องเต้ ด้วยนิสัยบัดซบแบบนี้ สามวันคงโดนซ้อมไปเก้าครั้ง!
ฉินอวี้บ่นในใจ แถมยังจ้องจ้าวหลวนด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "เสื้อผ้าข้าตัวนี้ ทำจากผ้าไหมพันลี้!"
จ้าวหลวนได้ยินก็ยิ่งโมโห "ข้าไม่สนหรอกว่าเสื้อผ้าบัดซบของเจ้านี่ทำจากอะไร..."
แต่พอพูดไปได้ครึ่งเดียว จ้าวหลวนก็ชะงักไปทันที
ผ้าไหมพันลี้อย่างนั้นหรือ?
"ดังนั้น โรงเตี๊ยมหมื่นตระกูล ก็เป็นแค่ชื่อของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง?"
จ้าวหลวนรู้ตัวทันที ความโกรธก็ดิ่งลงเหวเหมือนกับดัชนีตลาดหุ้นที่ร่วงไม่หยุด
ซ่างกวนโหย่วอี๋ก็เบิกตากว้างราวกับเพิ่งตื่นจากฝัน
ใช่แล้ว!
ทำไมตัวเองถึงนึกไม่ถึงนะ?
ตัวเองก็ไม่ได้บอกว่าผ้าไหมพันลี้ ต้องเป็นผ้าไหมยาวพันลี้สักหน่อย!
โรงเตี๊ยมหมื่นตระกูล ก็อาจจะไม่ต้องมีถึงหนึ่งหมื่นโรงเตี๊ยม!
"ฝ่าบาทช่างพระปรีชายิ่งนัก!"
ฉินอวี้ยกยอปอปั้นเล็กน้อย
จ้าวหลวนไม่สนใจคำประจบของฉินอวี้ เพียงแต่พยายามเก็บกดความตื่นเต้นในใจ
คิดไม่ถึงเลยนะ!
ปัญหาที่ทำให้ตัวเองหนักใจ กลับแก้ได้ง่ายดายปานนี้!
หากคิดได้ก่อนหน้านี้ ตัวเองจะไปวิตกอะไรกัน!
มิน่าไอ้สารเลวนี่ถึงไม่สนใจคำขวางของตัวเอง ดึงดันจะไปเปิดประกาศหลวง
ที่แท้มันก็คิดวิธีได้ตั้งแต่แรกแล้ว!
ก็มีแต่คนหน้าด้านอย่างมันนี่แหละ ที่คิดวิธีแบบนี้ออกมาได้!
"วิธีนี้ก็ไม่เลว!"
จ้าวหลวนแสดงสีหน้าชื่นชมอย่างยากที่จะได้เห็น ทันใดนั้นก็เปลี่ยนโทนเสียง "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นข้าก็จะมอบหมายให้เจ้าดูแลงานเลี้ยงวันประสูติของพระพันปีหลวง!"
"หา?"
ฉินอวี้หน้าถอดสี รีบร้อนลนลาน "ฝ่าบาท นี่มันกลับกลอก พลิกแพลง..."
"บังอาจ!"
อวิ๋นอิงตวาดกร้าว แล้วชักกระบี่ออกมาทันที
เมื่อเห็นแวววาวของคมกระบี่ ฉินอวี้ก็ด่าในใจไม่หยุด
นี่มึงเป็นแฟนคลับสมองน้อยจริง ๆ เลยนะ!
เจ้านายมึงกลับกลอก พลิกแพลง แล้วมึงจะชักกระบี่ใส่กูทำไม?
"เก็บกระบี่ซะ!"
จ้าวหลวนยกมือขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดกับฉินอวี้ด้วยท่าทางจริงจัง "ข้ากำลังช่วยเจ้า เจ้าอย่าได้ไม่รู้จักบุญคุณคน!"
ฉินอวี้เบ้ปากในใจ "ข้าอ่านหนังสือน้อย ฝ่าบาทอย่ามาหลอกข้านะพ่ะย่ะค่ะ"
ฮึ!
ช่วยข้า?
ตามที่เจ้าว่านี่ ถ้าข้าเอาวิชาวานรเด็ดท้อมาเล่นงานเจ้าอีกรอบ จะถือว่ากำลังช่วยเจ้ารักษาโรคหรือเปล่า?
"เจ้ามีไหวพริบอยู่บ้าง แต่ยังไม่ฉลาดพอ!"
จ้าวหลวนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย "วิธีนี้ของเจ้า ช่วยแก้ปัญหาให้ข้าได้จริง แต่มันจะทำให้พระพันปีหลวงไม่พอพระทัยอย่างถึงที่สุด!"
"ข้าให้เจ้ารับหน้าที่จัดงานเลี้ยง ก็เพื่อให้โอกาสเข้าไปเอาพระทัยพระพันปีหลวง!"
"หากพระพันปีหลวงพอพระทัย ก็จะไม่ถือโทษเจ้า!"
"เจ้าว่า นี่ไม่ใช่การช่วยเจ้า แล้วจะเป็นอะไร?"
ฉินอวี้ได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกราวกับเจอคนพิลึกพิสดาร
นี่แหละผู้เชี่ยวชาญด้านการล้างสมองตัวจริง!
เขาสงสัยจริง ๆ ว่าหญิงโฉดนี่เป็นนายทุนขี้โกงกลับชาติมาเกิด
จ้าวหลวนชายตามองฉินอวี้แวบหนึ่ง แล้วพูดต่อ "อีกอย่าง ข้านี่ก็กำลังช่วยให้เจ้ามองคนรอบข้างให้ชัดเจน!"
"เจ้ารับภารกิจที่ทุกคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้!"
"ในเวลาที่ทุกคนคิดว่าเจ้าจะต้องหัวตกพื้นนี่แหละ คือเวลาที่จะได้เห็นหัวใจคน!"
"วิธีการของเจ้า ข้าจะช่วยเก็บเป็นความลับ เจ้าจะได้ดูให้เต็มตาว่า ไอ้พวกเพื่อนก๊งเหล้าของเจ้า รวมไปถึงคู่หมั้นของเจ้าน่ะ จะช่วยเจ้าหรือไม่!"