เมืองเล็ก: แฟนให้ขายบ้าน ส่งเสียเรียนนอก หน้าม้านได้

ตอนที่ 4 เพื่อน

6 นาที· 1.3K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

ตอนกลางคืน

กว่าพ่อกับแม่จะไปรับน้องสาวกลับถึงบ้าน

หลี่ซีไห่ลงมือเอง ทำอาหารเย็นมื้อใหญ่เต็มโต๊ะ

ฝีมือทำอาหารเขามี แต่ปกติถ้าไม่จำเป็นจะไม่ยอมเข้าครัว

“โอ้โห วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง”

น้องสาว หลี่ซีลั่ว พูดหยอก ยังไม่ทันได้วางเป้ ก็ก้มลงดมที่โต๊ะ “หอมจัง”

“พี่ชาย นานทีจะมีโอกาสได้กินฝีมือนะเนี่ย”

พ่อหลี่ก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย

เขาพอรู้ว่าฝีมือทำอาหารของลูกชายไม่เลว ตอนเด็กขยันมาก และทำอะไรเองเก่ง

พอโตขึ้นก็กลายเป็นชอบความสะดวกสบาย อะไรที่เบาแรงได้ก็ไม่ยอมลำบากตัวเอง

“ฝีมือเจ้าโตไม่ตกเลยนี่”

แม่หลี่ก็เอ่ยชมด้วย

บรรยากาศในครอบครัวเป็นแบบนี้แหละ อาหารจะเป็นยังไงไม่ว่า เอ่ยปากชมก่อนเสมอ

“กินข้าว กินข้าวกัน”

หลี่ซีไห่ร้องบอก

พ่อนั่งลงกินได้ไม่กี่คำ ก็ถามขึ้นมากลางคัน “วันนี้ดูอารมณ์ดีนะ”

“ครับ”

หลี่ซีไห่พยักหน้า พลางล้วงมือถือยื่นให้

คนเราก็ควรรู้กาลเทศะ

พ่อแม่สนับสนุนเขาขนาดนี้ ตัวเองก็ควรแสดงออกให้ชัดเจน

ถึงจะทำให้ท่านสบายใจที่ให้การสนับสนุน

พ่อหลี่รับมือถือมาดู ท่าทางก็แข็งค้างทันที

บนจอเป็นข้อมูลพอร์ตลงทุน

“หนึ่งแสน?”

พ่อหลี่อุทานด้วยความตกใจ หันมองหลี่ซีไห่ด้วยแววตาตะลึง

“อะไรหนึ่งแสน?”

แม่หลี่ถามอย่างประหลาด ก้มเข้าไปดู ก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก

เธอไม่สันทัดเรื่องเล่นหุ้น

“ลูกชายนายวันนี้เล่นหุ้นได้กำไรหนึ่งแสน!”

พ่อหลี่พูดเน้นทีละคำ น้ำเสียงทั้งตื่นเต้นและเหนือความคาดหมายอย่างแรง

เขาแทบไม่กล้าเชื่อ

ลูกชายเทรดแค่วันเดียว ก็ได้กำไรเป็นแสน

“ว้าว”

“พี่ชาย ทำไมโหดแบบนี้”

หลี่ซีลั่วอุทาน “นั่นเท่ากับหนึ่งในห้าของรายได้พ่อกับแม่ทั้งปีเลยนะ”

แม่หลี่ยืนยันซ้ำไปซ้ำมา ให้ลูกสาวช่วยอธิบายกับเธอว่าเกิดอะไรขึ้น

พ่อหลี่คลิกเข้าพอร์ต ตรวจสอบวนไปมา นี่ไม่ใช่แอปจำลอง ลูกชายไม่ได้หลอกเขา

ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

พลันก็รู้สึกปีติยินดีอย่างยิ่ง

“มิน่าล่ะวันนี้ถึงฮึดเข้าครัวใหญ่ ที่แท้ก็ปิดบังไว้ก่อนนี่เอง”

พ่อหลี่ปกติไม่ค่อยแสดงอารมณ์ทางสีหน้านัก เขามักไม่ชมหลี่ซีไห่แบบตรง ๆ ไม่ใช่เพราะขี้เหนียวคำชม

แต่ถ้าแม่หลี่ชมแล้ว เขาก็จะเงียบไม่พูดอะไร

“เจ้าโต สายตาดีนะ”

“ฮ่า ๆ ฝีมือล้วน ๆ พื้นฐานทั่วไป ไม่ต้องตกใจ!”

หลี่ซีไห่พูดอย่างภูมิใจ

ทั้งครอบครัวดีใจกันใหญ่

น้องเล็กพูดไม่หยุดปาก

หลังอาหาร น้องสาวโดนเรียกไปล้างจาน

หลี่ซีไห่กับพ่อนั่งบนโซฟา

“พ่อจำได้ว่าตลาดหุ้นเป็น T+1 วันนี้กิน涨停ไปหนึ่งตัว พรุ่งนี้ขายได้แล้ว ยังจะถือต่อไหม?”

พ่อหลี่พูดอย่างระมัดระวัง

เขาไม่อยากให้หลี่ซีไห่รู้สึกว่าตัวเองเข้าไปก้าวก่าย

หลี่ซีไห่ส่ายหน้า “พ่อล่ะ คิดยังไง?”

พ่อหลี่เงียบไปนิด “ตามที่คนรุ่นเก่าว่ากันมา เงินที่ได้มาจากตลาดหุ้น ตราบใดที่ยังอยู่ในตลาด ก็ยังนับเป็นของเราไม่ได้”

“ต้องเอาเข้ากระเป๋าถึงจะชัวร์”

“เงินกลับเข้าบัญชีแล้ว ถึงจะเป็นของเรา”

พูดจบก็เสริมว่า “เราคุยกันไว้แล้ว จะไม่เป็นคนตัดสินใจแทนยังไงก็ว่าไปเถอะ ลูกมองเอง”

“ขอบคุณครับพ่อ”

……

“เจ้าโตนี่วันเดียวก็หาเงินได้เป็นแสน ทำไมแม่รู้สึกไม่จริงเลยนะ”

นอนอยู่บนเตียง แม่หลี่นอนไม่หลับ

“ไม่จริงตรงไหน อย่าคิดมาก อย่าไปก้าวก่าย อย่าพูดมากก็พอ”

พ่อหลี่หลับตาพูด “ลูกโตแล้ว มีความคิดของตัวเอง”

“เรื่องหาคู่ให้เป็นไงบ้าง”

แม่หลี่ว่า “วันนี้บอกไปปากหนึ่ง ต่างก็บอกว่ามีที่เหมาะก็ยินดีเป็นแม่สื่อให้”

“งั้นก็ดี”

พ่อหลี่กำชับ “เรื่องที่เจ้าโตเล่นหุ้น อย่าเอาออกไปพูดข้างนอก”

“รู้แล้ว”

หืม?

ทันใดนั้น มีเสียงปิดประตูดังขึ้น

แม้จะเบา แต่ทั้งสองก็ได้ยิน

แม่หลี่ดูมือถือ “ห้าทุ่มกว่าแล้ว เจ้าโตจะออกไปไหน”

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครออกจากบ้าน

ลูกสาวพรุ่งนี้ต้องไปเรียน แถมยังไม่กล้าออกไปโดยไม่บอกกล่าว

“คงมีเพื่อนเรียกมั้ง คนหนุ่มคนสาวก็ต้องมีชีวิตยามราตรี เจ้าโตเพิ่งกลับมาก็ปกติ”

……

หลี่ซีไห่ออกมาจริง ๆ

เพื่อนรู้ว่าเขากลับมา เลยเรียกออกมากินมื้อดึก

ในเมืองเล็ก ๆ นั่งแท็กซี่ก็ไม่ถึงสิบนาที

“โอ๊ะ ไม่ใช่สหายซีไห่หรอกหรือ”

“ซีไห่!”

มีเพื่อนคนหนึ่งลุกขึ้นยกมือขวาให้หลี่ซีไห่ ส่วนอีกหลายคนหลี่ซีไห่ไม่รู้จัก แต่ทุกคนก็ยิ้มให้

“อย่ามาเลยน่า”

หลี่ซีไห่ยิ้ม หยิบบุหรี่แจกวนรอบแล้วนั่งลง

หลี่ซีเผิงแนะนำว่า “หลี่ซีไห่ พี่ชายผมเอง”

“นี่คือพี่หลิวเหอ ทำงานอยู่กองบังคับการตำรวจจราจร”

“นี่คือพี่ซุนหมิงหมิง อยู่หน่วยปราบปรามการค้าตามทาง”

“นี่คือ...”

แนะนำไปรอบหนึ่ง ถึงได้รู้ว่าแต่ละคนก็มียศมีตำแหน่ง

“พี่ เมื่อคืนฟังแม่บอกว่าพี่กลับมาตั้งแต่เมื่อวาน ไม่ยอมบอกกล่าวกันเลย”

หลี่ซีเผิงว่า “ถ้าพี่กังไม่ได้เรียกออกมา เกรงว่าพี่คงเงียบไม่ส่งเสียง”

หลี่ซีไห่ถาม “กังจื่อล่ะ”

“ไปเอาเหล้า”

กังจื่อชื่อ หยางกัง

นับเป็นเพื่อนซี้ร่วมหมู่บ้านกับหลี่ซีไห่คนหนึ่ง เติบโตมาด้วยกัน

ตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงประถม แล้วก็มัธยมต้น มัธยมปลาย ก็อยู่โรงเรียนเดียวกัน ห้องเรียนเดียวกัน

ต่อมามหาวิทยาลัย เขาสอบเข้าสถาบันตำรวจ เรียนจบก็มาฝึกงานที่สถานีตำรวจอำเภอ แล้วก็ได้บรรจุเป็นตำรวจโดยไม่มีอะไรผิดพลาด

“ฮ่า ๆ”

“ซีไห่!”

หยางกังถือถังพลาสติกใส ก้าวกระฉับกระเฉง ตบไหล่หลี่ซีไห่แรง ๆ “จะกลับทั้งทีก็ไม่บอกกันสักคำ”

“ต้องให้พวกเราออกแรงเชิญด้วยตัวเอง ประมุขถึงจะยอมออกมา”

“ก็เพิ่งกลับมาเมื่อวานนี่”

หลี่ซีไห่ชินเสียแล้วกับการเล่นตลกของเพื่อน

ส่วนชื่อนี้ไม่ต้องพูดถึง ตระกูลหลี่พวกเขารุ่นนี้ตรงกับตัวอักษร “ซี” พอดี ตอนพ่อหนุ่ม ๆ ได้รับอิทธิพลมาบ้าง ก็เลยตั้งชื่อนี้ให้เขา

ตอนเด็ก ทุกคนก็ไม่ค่อยเข้าใจอะไร พอเพื่อนร่วมชั้นโตขึ้น ได้รับข้อมูลข่าวสารมากขึ้น

ฉายาของหลี่ซีไห่ก็ค่อย ๆ โน้มเอียงไปทางท่านประมุขหนวดงาม

“ไม่พูดมากละ เดี๋ยวจัดการสักสองแก้ว”

หยางกังว่า “พี่หมิง พี่หลิว นี่ไงท่านประมุขที่ผมพูดถึงให้ฟังบ่อย ๆ”

“ยินดีที่ได้รู้จัก!” ทั้งคู่พูดยิ้ม ๆ

“ยินดีที่ได้รู้จัก!”

หลี่ซีไห่ก็ตอบยิ้ม ๆ

เดาเอาว่าอีกฝ่ายคงรู้จักสภาพครอบครัวเขาเหมือนกัน

“เถ้าแก่กวน แล้วหลัวจื่อล่ะ”

“สองคนนั้นไปทำงานต่างเมือง แต่ก็รู้ว่ามึงกลับมาแล้ว เลยให้ข้าจัดการมอมมึงให้ได้ก่อน รอพวกเขากลับมาแล้วค่อยจัดการมึงอีกที”

หยางกังบอก “ทั้งปีทั้งชาติกว่าจะได้เจอกันก็ช่วงตรุษช่วงเทศกาลนี่แหละ”

ปิ้งย่างยกมา หยางกังในฐานะคนนัดรวมตัว ยกแก้วชวนทุกคนจัดการก่อนหนึ่งรอบ

เหล้าพื้นบ้านหนึ่งกรึ๊บเข้าปาก นุ่มนวลละมุนลิ้น ติดปลายลิ้นละมุนใจ ชุ่มคอกลิ่นหอม

เหล้าพื้นบ้านท้องถิ่นมีเอกลักษณ์มาก

คนดั้งเดิมถิ่นนี้ยิ่งหาสุดยอดเหล้าพื้นบ้านได้ดี

รสชาติดีเลิศ อรรถรสยอดเยี่ยม กินมากไปหน่อย รุ่งเช้าสร่างเมา ก็ไม่มีอาการปวดหัวหรือผลข้างเคียงใด ๆ

ตามธรรมเนียม คนบนโต๊ะต้องยกแก้วเวียนดวลกับทุกคนให้ครบหนึ่งรอบ

หลี่ซีไห่ชนกับหลิวเหอ และซุนหมิง ไปคนละหนึ่งกรึ๊บก่อน

กินปิ้งย่างไม่กี่ไม้ลงท้อง

หยางกังยกแก้วเวียนมาถึง “กลับมาคราวนี้ จะไปอีกเมื่อไหร่”

หลี่ซีไห่ชนแก้วกับเขา “ไม่ไปแล้ว”

“จริง?” หยางกังถาม

“จริง”

“ฮ่า ๆ งั้นต้องกระดกกันหน่อย”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com