เจียงเฟิงไม่เคยคิดฝันเลยว่าชาตินี้จะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้
เขาแค่เข้าร่วมรายการหาคู่ เพราะอยากได้เงินค่าตัวหนึ่งล้าน
เพื่อบรรเทาความขัดสนในชีวิตลงบ้าง
แต่ใครจะไปรู้ว่าแขกรับเชิญหญิงทั้งหกคนในรายการนี้ กลับเป็นแฟนเก่าของเขาทั้งหมด!
ใช่แล้ว คุณฟังไม่ผิด หกคน!
ตอนนี้เจียงเฟิงอยากตายให้รู้แล้วรู้รอด
ถ้าเป็นการเลิกกันด้วยดี ก็ยังพอว่า
แต่ปัญหาคือ เจียงเฟิงให้เหตุผลในการเลิกกับพวกเธอแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย
บางคนเขาบอกว่าตัวเองกำลังจะไปต่างประเทศ
บางคนเขาบอกว่าคุณปู่ที่บ้านป่วยหนัก
ส่วนอีกคน เขาบอกว่าตัวเองป่วยเป็นโรคร้าย
ที่เหลือเชื่อที่สุดคือ เจียงเฟิงบอกไปว่าตัวเองเป็นเกย์
แต่ตอนนี้ คำโกหกทั้งหมดของเขากำลังจะถูกเปิดโปง
คิดถึงตรงนี้ เจียงเฟิงก็เหงื่อเย็นไหลพลั่ก
ดังนั้น ตอนนี้ในหัวของเขาจึงมีความคิดเดียว
นั่นก็คือ ถอนตัวจากการถ่ายทำ!!!
“ขอโทษด้วยครับ ถอนตัวไม่ได้”
“คุณเซ็นสัญญาไปแล้ว เงินหนึ่งล้านก็โอนเข้าบัญชีคุณเรียบร้อย”
“ถ้าตอนนี้คุณอยากถอนตัว ต้องจ่ายค่าปรับสิบเท่า”
“ก็คือสิบล้านครับ คุณแน่ใจหรือว่าจะถอนตัวจากการถ่ายทำ?”
ผู้กำกับของรายการเดินมาหาเจียงเฟิง
ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม
สีหน้าของเจียงเฟิงพลันซีดเผือด
ถ้าเขามีเงินสิบล้าน เขาจะมาเข้าร่วมรายการนี้ทำไม?
ดูท่าแล้วคงต้องฝืนถ่ายต่อไป
“ไม่เป็นไรครับ ผู้กำกับ ผมแค่ถามดูเฉย ๆ”
เจียงเฟิงฝืนยิ้มออกมา
.........
“ต่อไป ขอเชิญแขกรับเชิญชายเข้าสู่เวที!”
พิธีกรเปิงปิงประกาศเสียงดัง
ส่วนรายชื่อแขกรับเชิญชายในครั้งนี้ก็เรียกได้ว่าหรูหรามาก
เสิ่นอี้โจว ราชาภาพยนตร์
หัวเชา ราชาเพลง
จ้าวหยวน อัจฉริยะด้านการเงิน
จางชู่ แชมป์หมากล้อมเก้าสมัย
กู่เฉิน ราชาเชฟที่อายุน้อยที่สุด
แต่ละคนมีประวัติไม่ธรรมดา ยิ่งไล่เรียงก็ยิ่งยอดเยี่ยม
“ตอนแรกนึกว่าแขกรับเชิญชายรอบนี้คงสู้แขกรับเชิญหญิงไม่ได้”
“แต่พอดูแล้ว แขกรับเชิญชายพวกนี้ก็เป็นคนเก่งระดับหัวกะทิทั้งนั้น”
“มีทั้งราชาภาพยนตร์ ทั้งราชาเพลง”
“แถมยังมีทั้งคนในวงการการเงิน วงการหมากล้อม แล้วก็วงการเชฟอีก”
“รายการ ‘มาเดตกันเถอะ’ รอบนี้เรียกได้ว่าสุดยอดในบรรดาสุดยอดแล้ว”
ขณะที่แขกรับเชิญชายทยอยขึ้นเวทีแนะนำตัว
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่างพากันตื่นตะลึง
แต่สำหรับแขกรับเชิญชายที่เก่งรอบด้านเหล่านี้
แขกรับเชิญหญิงทั้งหกกลับแทบไม่ปรายตามองพวกเขาสักเท่าไร
ในทางกลับกัน แขกรับเชิญชายกลับกระตือรือร้นกันมาก พากันเดินเข้าไปทักทายแขกรับเชิญหญิง
“แขกรับเชิญหญิงของเรารอบนี้ดูเย็นชากันไปหน่อยนะ”
มีคนในกลุ่มผู้ช่วยสร้างสีสันให้รายการพูดขึ้น
“ก็ปกตินะ เวลามีความรัก ผู้หญิงมักจะแสดงท่าทีเย็นชากว่าหน่อย”
“ค่อย ๆ ทำความรู้จักกันไป เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง”
มีคนตอบ
“แต่ทำไมฉันรู้สึกว่าแขกรับเชิญชายเหมือนจะขาดไปคนหนึ่งล่ะ?”
“เหมือนจะใช่นะ แขกรับเชิญหญิงมีหกคน แต่แขกรับเชิญชายมีแค่ห้าคน”
มีคนพูดด้วยความสงสัย
“ขอเชิญแขกรับเชิญชายคนสุดท้าย”
“เจียงเฟิง คนธรรมดา ขอเชิญขึ้นเวที!”
พิธีกรเปิงปิงมองรายชื่อในมือ
เธอตรวจดูอยู่หลายรอบกว่าจะอ่านออกมา
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เข้าใจว่าในกลุ่มแขกรับเชิญที่มีแต่คนเก่งมากมายขนาดนี้
จะมีคนธรรมดาปะปนเข้ามาได้อย่างไร?
เธอยังนึกว่าทีมงานของรายการเขียนชื่อผิดเสียอีก
ทันทีที่เปิงปิงพูดคำว่า “คนธรรมดา” ออกมา ข้อความในห้องถ่ายทอดสดก็ระเบิดขึ้นทันที
“คนธรรมดา?”
“มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า?”
“มีทั้งดารา คนดังระดับแถวหน้า แล้วก็ยอดฝีมือจากหลากหลายวงการ แต่กลับให้คนธรรมดามาคนหนึ่งเนี่ยนะ?”
“เดี๋ยวนะ นี่คุณชายบ้านไหนกัน?”
“แบบนี้ก็เข้ามาได้ด้วยเหรอ?”
“หรือว่าเป็นลูกชายแท้ ๆ ของผู้กำกับ?”
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่างพากันส่งข้อความรัว ๆ
“ไม่คิดเลยว่าในบรรดาแขกรับเชิญชายของเราจะมีคนธรรมดาอยู่ด้วย”
“รายการเรียกผิดคนหรือเปล่า?”
“เดิมทีแขกรับเชิญชายของเราก็เป็นรองแขกรับเชิญหญิงอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเสียหน้าเข้าไปใหญ่”
“ตกลงคนคนนี้เข้ามาได้ยังไง?”
บรรดาแขกรับเชิญชายต่างขมวดคิ้ว
แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ
ทันทีที่ได้ยินชื่อเจียงเฟิง
แขกรับเชิญหญิงทั้งหกก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกัน
แล้วมองไปทางประตูทางเข้าฐานถ่ายทำรายการ
ราวกับกำลังคาดหวังว่าจะมีใครบางคนปรากฏตัว แต่ก็ไม่กล้าเชื่อ
“คนธรรมดาอะไร ฉันเป็นศิลปินนะโว้ย!”
“แค่ยังไม่มีผลงานเท่านั้นเอง ทำไมถึงกลายเป็นคนธรรมดาไปได้”
ในห้องพักแขกรับเชิญชาย เจียงเฟิงบ่นพึมพำอย่างไม่พอใจ
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังฝืนใจเดินออกมาจากห้องพัก
เพียงชั่วพริบตา
สายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่เขา
เสื้อยืดสีขาวที่ดูราคาถูก กับกางเกงยีนส์ธรรมดา ๆ
รวมถึงทรงผมที่แสนธรรมดา
แตกต่างจากแขกรับเชิญชายที่ออกมาก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
“โห นี่คนธรรมดาจริง ๆ ด้วย”
“ชุดแบบนี้เหมือนนักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบเลย”
“ขอถามหน่อย นักศึกษาจากบ้านไหนมาทำงานพิเศษช่วงปิดเทอมเหรอ?”
“ดูจากชุดที่ใส่แล้ว ราคาไม่น่าเกินร้อยหยวนเลยนะ”
“ตอนแรกนึกว่ารายการตั้งใจสร้างความแตกต่างอะไรสักอย่าง แต่พอดูแล้วก็เป็นคนธรรมดาจริง ๆ นั่นแหละ”
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดอดส่ายหน้าไม่ได้
ส่วนบนใบหน้าของแขกรับเชิญชายกลับมีรอยยิ้มแปลก ๆ ปรากฏขึ้น
มีคนธรรมดามาเป็นตัวถ่วงแบบนี้ อย่างไรก็ไม่ถึงคิวพวกเขาเป็นคนที่แย่ที่สุดแล้ว
ตอนแรกทุกคนค่อนข้างกดดันกันมาก
แต่ตอนนี้ต่างก็ผ่อนคลายลงไม่น้อย
ส่วนแขกรับเชิญหญิงกลับแสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อออกมา
นักร้องระดับตำนาน เติ้งเจียฉี พอเห็นเจียงเฟิง สีหน้าก็พลันควบคุมไม่อยู่ เกือบตกจากเก้าอี้ไปทั้งอย่างนั้น
แววตาของนักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์ หยางเสี่ยวหลู่ เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เธอไม่อยากเชื่อว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
เขาไม่ได้ไปต่างประเทศแล้วหรอกหรือ?
จิตรกรระดับแนวหน้า หลินหรูฮัว ถึงกับทำพู่กันในมือร่วงลงพื้นดังแปะ ดวงตาเริ่มแดงเรื่อขึ้นมา
เธอคิดว่าชาตินี้คงไม่มีวันได้เจอเขาอีกแล้วเสียอีก
นักดนตรีจูจูกำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความโกรธ
ผู้หญิงที่ปกติสง่างามอยู่เสมอ ตอนนี้กลับอยากลงไม้ลงมือกับใครสักคน
แม้แต่หลิงเมิ่งที่ถือโทรศัพท์เล่นเกม ROV อยู่ตลอด ก็ยังเงยหน้าขึ้นมา
เธอมองผู้ชายคนนั้นอย่างเหม่อลอย
“เจียงเฟิง แนะนำตัวกับทุกคนหน่อยสิ”
พิธีกรเปิงปิงพูดกับเจียงเฟิง
“สวัสดีทุกคน ผมชื่อเจียงเฟิง”
เจียงเฟิงแนะนำตัว
“?????”
สีหน้าของพิธีกรเปิงปิงพลันเต็มไปด้วยเส้นดำ
แค่นี้ก็จบแล้วเหรอ?
“ไม่ใช่สิ แค่นี้ก็จบแล้วเหรอ?”
“อย่างน้อยก็แนะนำความสามารถพิเศษกับประวัติครอบครัวหน่อยสิ”
“นั่นสิ แขกรับเชิญชายคนอื่นแนะนำตัวกันละเอียดมากเลยนะ”
“ทำไมพอถึงเจียงเฟิงถึงพูดแค่ประโยคเดียวแล้วจบล่ะ?”
“หรือเป็นไปได้ไหมว่าเขาไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเลย?”
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่างพากันขมวดคิ้ว
“เอ่อ คุณแนะนำงานอดิเรกหรือความสามารถพิเศษอะไรพวกนี้ก็ได้นะ”
พิธีกรเปิงปิงเตือน
“ผมไม่มีงานอดิเรกหรือความสามารถพิเศษอะไรครับ”
เจียงเฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ
“........”
“เอ่อ... ถ้าอย่างนั้น คุณไปทักทายแขกรับเชิญคนอื่นก่อนก็ได้”
พิธีกรเปิงปิงเองก็พูดไม่ออกเพราะเจียงเฟิง
เธอจึงทำได้แค่ปล่อยเขาไป
ตอนนี้เธอสงสัยอย่างหนักว่าเจียงเฟิงเป็นนักแสดงประกอบที่รายการหาคนมาแทนแบบกะทันหัน เพราะหาคนไม่ทันหรือเปล่า
“สวัสดีครับ ผมชื่อเจียงเฟิง”
เจียงเฟิงทักทายแขกรับเชิญชายหลายคนก่อน
“สวัสดี เจียงเฟิง”
“ยินดีต้อนรับ ยินดีต้อนรับ”
“สวัสดีครับพี่ชาย”
แขกรับเชิญชายต่างต้อนรับเขาอย่างกระตือรือร้น
เห็นได้ชัดว่าทุกคนมองเจียงเฟิงเป็นคนที่ไม่น่าเป็นคู่แข่งที่สุด
จากนั้นเจียงเฟิงก็ฝืนใจเดินไปหาแขกรับเชิญหญิงทั้งหกคน
“สวัสดีครับ ผมเจียงเฟิง”
