เจียงหลีเยว่ทั้งสามคนไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนอกเกม
“เสี่ยวหลี อีกไกลแค่ไหน?” ลู่ยวี่หวยถือคทาเวทไว้ในมือ พลางใช้มืออีกข้างแหวกเถาวัลย์ที่ขวางทางอย่างลวก ๆ ดวงตาดอกท้อกวาดมองไปรอบด้าน
“น่าจะอยู่ข้างหน้านี่แล้ว”
เจียงหลีเยว่ยังคงก้าวเดินต่อไป แต่ในใจแอบรู้สึกผิดอยู่หน่อย ๆ
ที่จริงเธอเองก็ไม่แน่ใจว่าสถานที่นั้นอยู่ตรงไหน รู้แค่ว่ามันอยู่ลึกเข้าไปในป่าลับเงาจันทร์ ส่วนพิกัดที่แน่ชัด ในนิยายต้นฉบับก็ไม่ได้เขียนเอาไว้
แต่เธอมีลิขิตสวรรค์ พอใกล้ถึงแล้วก็น่าจะสัมผัสอะไรได้บ้าง
เจียงหลีเยว่เดินนำไปข้างหน้าอย่างกระฉับกระเฉง ท่วงท่าแผ่วเบาเป็นพิเศษ ผมดำยาวถึงเอวไหวเอนไปมา ดูคล้ายแมวที่กำลังตรวจตราอาณาเขตของตัวเอง เธอคอยเหลียวกลับไปดูเป็นระยะว่าพี่ชายทั้งสองตามมาทันหรือไม่
เดินต่อไปอีกไม่กี่นาที
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนเส้นสายบางอย่างในหัวถูกดีดเบา ๆ จึงหมุนปลายเท้าไปทางขวาด้านหน้าโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเดินผ่านพุ่มหญ้าหนาทึบไป พื้นที่เบื้องหน้าก็เกิดระลอกคลื่นประหลาดขึ้นมา
ทั้งที่ทิวทัศน์เหมือนกันทุกอย่าง
แต่กลับทำให้เจียงหลีเยว่รู้สึกว่ามันไม่ได้อยู่ในชั้นมิติเดียวกัน
เธอยื่นมือออกไปข้างหน้า แล้วเห็นทิวทัศน์ตรงหน้าบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ มือที่ยื่นออกไปคล้ายถูก ‘กลืน’ หายไป
“เจอแล้ว...”
แสงประหลาดวูบหนึ่งพาดผ่านดวงตาสีดำสนิทของเจียงหลีเยว่ ก่อนที่ดวงตาจะโค้งลงอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มของเธอหวานหยด “พี่คะ พี่ยวี่หวย เรามาถึงแล้ว”
ลู่ยวี่หวยก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปวูบหนึ่ง ทิวทัศน์เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
เขาหดหัวกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง “เป็นอีกมิติจริง ๆ ด้วย ที่นี่ซ่อนมิดชิดมาก ถ้าไม่ใช่เพราะเสี่ยวหลี ใครจะไปนึกว่ามีมิติหนึ่งกับบอสลับซ่อนอยู่ที่นี่?”
