เปลวไฟในห้องน้ำลุกไหม้อยู่นานเท่าไร เจียงหลีเยว่ก็ยืนอยู่หน้าประตูนานเท่านั้น
ดวงอาทิตย์ด้านหลังค่อย ๆ ลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์ยามเย็นสีส้มแดงสาดลงบนร่างของเธอ หญิงสาวยืนอยู่ตรงรอยต่อระหว่างแสงสว่างกับความมืด เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าครึ่งหนึ่งอาบไล้ด้วยแสงอาทิตย์ยามอัสดง ส่วนอีกครึ่งซ่อนอยู่ในเงามืด
เสวียนเย่ถูกปล่อยออกมาจากวิหารแล้ว
มันส่งเสียงงี้ดง้าดก่อนจะโผพรวดขึ้นไปบนหัวเจียงหลีเยว่ ใช้กรงเล็บทั้งสี่ขยุ้มผมของเธอจนยุ่งเหยิงไปหมด
เจียงหลีเยว่เดินออกจากโรงเรียนมัธยมเหวินเหยียนไปพร้อมกับเสวียนเย่ ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เธอยิ้มตาหยีพลางปลอบเสวียนเย่ที่กำลังโมโหว่า “อย่าโกรธเลย คืนนี้ให้เล่นแท็บเล็ตเพิ่มอีกชั่วโมง ดีไหม?”
กรงเล็บของเสวียนเย่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงงี้ดง้าดต่อ
เจ้าเล่ห์นักนะ!
คิดว่าแค่นี้ก็จะติดสินบนมันได้หรือ? ไม่มีทาง มันไม่ใช่เจ้าหุบเหวที่หลอกง่ายขนาดนั้น! ตอนสำคัญดันโยนมันเข้าไปในวิหาร แถมยังไม่ยอมให้มันออกมาอีก
มันโกรธจริง ๆ แล้วนะ!!
“สองชั่วโมง”
เสวียนเย่: “งี้ด~”
แต่จะว่าไป วิหารก็สนุกดีเหมือนกันนี่นา ฅ՞••՞ฅ
เจียงหลีเยว่เดินไปหยุดที่หน้าโรงเรียนมัธยมเหวินเหยียน ก่อนจะหันกลับไปมองสถานที่ซึ่งเคยนำความทุกข์ยากมาให้เธอเป็นครั้งสุดท้าย
กลับนครชมจันทร์ไปหาพี่ชายได้แล้ว....
ขณะที่เธอกำลังจะพาซวงหลิงกับเสวียนเย่กลับนครชมจันทร์จากฐานที่มั่น หางตาพลันเหลือบเห็นประตูสีแดงคล้ำบานหนึ่งค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตรงทางแยกสามแพร่งซึ่งอยู่ไม่ไกล
เดี๋ยวก่อน มีมอนสเตอร์โผล่มาแล้ว!
