เจียงหลีเยว่ไม่ได้ลงมือทันที
เธอลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ก่อนยื่นมือผลักบานหน้าต่างไม้ที่แง้มอยู่
ราตรีเข้าปกคลุมเมืองน้อยสุดชั่วอย่างสมบูรณ์แล้ว
เหนือศีรษะไร้เงาจันทร์ มีเพียงหมอกเมฆสีเลือดหนาทึบปกคลุมอยู่เหนือเมืองน้อย คบเพลิงสองข้างถนนดับลงหมดตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เหลือเพียงโคมกระดูกใต้ชายคาที่ส่องแสงสีแดงคล้ำสลัว ๆ
เมืองน้อยที่เดิมก็ครึกครื้นอยู่แล้ว บัดนี้ยิ่งบ้าคลั่งอย่างสิ้นเชิง
แทบทุกเผ่าพันธุ์พากันออกมาจากห้อง
เผ่าต่างถิ่นที่มีเกล็ดฟาดฟันใส่คนที่ปรากฏตัวข้างกาย ส่วนเผ่าตัวเล็กที่มีปีกงอกอยู่กลางหลังพุ่งโฉบลงมาจากฟ้า กรงเล็บตรงเข้าควักหัวใจผู้อื่น
บางคนเพิ่งพุ่งออกมาจากโรงเตี๊ยม ยังยืนได้ไม่มั่นคง ศีรษะก็ถูกขวานฟาดจนเละเป็นชิ้น
เจอหน้าก็ลงมือทันที
ทุกกระบวนท่ามุ่งเอาชีวิต
เลือดสาดลงบนพื้น ก่อนจะถูกฝีเท้าเหยียบย่ำจนเลอะเทอะอย่างรวดเร็ว
เจียงหลีเยว่หรี่ตามองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพบว่าเมื่อมีคนถูกฆ่า ผู้ลงมือสังหารก็จะมีแสงสีแดงจาง ๆ เพิ่มขึ้นมารอบกาย
ยิ่งฆ่ามาก แสงสีแดงก็ยิ่งเข้มข้น
บางคนมีแสงสีแดงจาง ๆ คลุมกาย ราวกับมีหมอกบางชั้นหนึ่งปกคลุมอยู่ บางคนกลับมีแสงโลหิตวนเวียนทั่วร่าง แม้แต่ดวงตาก็ถูกย้อมจนแดงก่ำ
นี่เป็นงานเฉลิมฉลองอย่างแท้จริง
งานเฉลิมฉลองแห่งการเข่นฆ่า
“โฮ่ง~”
เสวียนเย่นอนหมอบอยู่บนขอบหน้าต่าง ดวงตาสองสีดำแดงจับจ้องลงไปเบื้องล่าง หางแกว่งไปมาอย่างเชื่องช้า
เจียงหลีเยว่ลูบหัวมัน “รออีกหน่อย”
สิ้นเสียงนั้น เสียงทุบประตูก็ดังขึ้นจากชั้นล่าง
มีคนกำลังไล่ทุบประตูห้องพักในโรงเตี๊ยมทีละห้อง
เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธกระทบกันดังต่อเนื่อง พื้นก็สั่นสะเทือนตามไปด้วย
