ไอเทมชิ้นสุดท้ายลอยอยู่กลางอากาศ ไร้ซึ่งแสงสว่างใด ๆ
มันเป็นเศษชิ้นส่วนชิ้นหนึ่ง
ขนาดเท่าฝ่ามือ ทั้งชิ้นโปร่งแสงเล็กน้อย มีไอสีดำจาง ๆ วนเวียนอยู่รอบ ๆ ขอบขรุขระไม่เรียบ ราวกับถูกหักออกมาจากของที่สมบูรณ์อย่างฝืนใจ
ภายในเศษชิ้นส่วนนั้นมีลวดลายแสงริบหรี่ไหลเวียนอยู่
เมื่อเพ่งมองให้ดี ลวดลายแสงเหล่านั้นคล้ายกำลังค่อย ๆ ประกอบกันเป็นตัวอักษรบางอย่าง ทว่ากลับไม่อาจก่อตัวเป็นรูปร่างได้เสียที
【เศษชิ้นส่วนปริศนา (???)
คุณภาพ: ???
คำอธิบาย: เศษชิ้นส่วนลึกลับที่ไม่ทราบที่มา ต้องนำไปประเมินก่อนจึงจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติม】
เป็นของที่ต้องนำไปประเมินอีกแล้ว
เจียงหลีเยว่หยิบเศษชิ้นส่วนนั้นขึ้นมาพลิกดูในมือ
ทันทีที่สัมผัสก็รู้สึกเย็นเฉียบ ผิวสัมผัสอยู่กึ่งกลางระหว่างโลหะกับผลึกหิน
เก็บไว้ก่อนแล้วกัน
เธอเก็บเศษชิ้นส่วนนั้นใส่กระเป๋าเป้ไปด้วย
“เสี่ยวหลี เปิดหีบหมดแล้วเหรอ?” ลู่ยวี่หวยเข้ามาใกล้ “ได้ของดีอะไรบ้าง?”
เจียงหลีเยว่ยิ้มตาหยี หยิบน้ำค้างแข็งสงัดออกมาให้พี่ชายทั้งสองดู
ยังไม่ทันได้เห็นค่าสถานะ แค่เห็นคุณภาพ ลู่ยวี่หวยก็ตาโตแล้ว พออ่านคำอธิบายค่าสถานะจบ เขาก็อดเอื้อมมือไปลูบสองทีไม่ได้
“เสี่ยวหลี พี่อยากตั้งแท่นบูชาให้เธอ แล้วไหว้ทุกวันจริง ๆ” สีหน้าเขาฉายแววครุ่นคิด
หางตาเหลือบเห็นเจียงมู่อวิ๋น เขาก็รีบหลบไปอยู่หลังเจียงหลีเยว่ด้วยความว่องไว ดวงตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง “ฉันแค่ล้อเล่นเอง เสี่ยวหลียังไม่ว่าอะไรเลย แต่นายมองเหมือนจะฆ่าฉันให้ตายอย่างนั้นแหละ”
“เสี่ยวหลี ดูพี่ชายเธอสิ!”
ลู่ยวี่หวยตัวสูงใหญ่ พอยืนอยู่หลังเจียงหลีเยว่ ก็ยิ่งขับให้ร่างของเธอดูเล็กบอบบางลงไปอีก
เธอมองลู่ยวี่หวยที มองเจียงมู่อวิ๋นที แล้วเอ่ยยิ้ม ๆ “พี่หวย พี่ชายฉันก็ทำหน้าแบบนี้มาตั้งแต่เกิด พี่ก็รู้อยู่แล้วนี่ เขาไม่ได้คิดจะตีพี่หรอก”
