หลังกินมื้อกลางวันเสร็จ เจียงมู่อวิ๋นก็ให้เจียงหลีเยว่ไปนอนพักสักหน่อย
แต่เจียงหลีเยว่ไม่ง่วงเลยสักนิด แถมยังมีชีวิตชีวาสุด ๆ อีกทั้งเธอเหลืออีกแค่ก้าวเดียวก็จะถึงเลเวล 10 แล้ว ช่วงบ่ายนี้ไม่ว่ายังไงก็ต้องอัปให้ถึงเลเวล 10 ให้ได้
ลู่ยวี่หวยตบไหล่เจียงมู่อวิ๋น “ปล่อยเสี่ยวหลีเล่นเถอะ ตอนพวกเราเพิ่งหัดเล่นคอมกันใหม่ ๆ ยังปีนกำแพงไปร้านอินเทอร์เน็ตเถื่อนตอนดึกเพื่อเล่นข้ามคืนเลย เสี่ยวหลีถือว่ายับยั้งชั่งใจแล้วนะ”
เจียงมู่อวิ๋นเหลือบมองเขาอย่างไม่ชอบใจ ก่อนตอบอย่างเย็นชาไร้เยื่อใย “เสี่ยวหลีไม่เหมือนนายหรอก”
ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ยืนกรานให้น้องสาวไปนอนกลางวันต่อ
เจียงหลีเยว่นั่งคุยกับพี่ชายทั้งสองพักหนึ่ง ก่อนกลับเข้าห้องไปเอนตัวลงในแคปซูลเกม
พอออนไลน์ได้ไม่นาน คำเชิญเข้าปาร์ตี้จากพี่ชายก็ส่งมา
ก่อนหน้านี้พี่ชายถามว่าเธอเลเวลเท่าไร พอรู้ว่าอยู่เลเวล 9 แล้ว เขาก็บอกว่าจะพาเธอเก็บเลเวลให้ถึง 10 แล้วลงดันเจี้ยนกันเลย
พอเคลียร์ดันเจี้ยนเสร็จ เลเวลก็น่าจะขึ้นไปถึง 11 พอดี
ในปาร์ตี้นอกจากเจียงมู่อวิ๋นแล้ว ลู่ยวี่หวยก็อยู่ด้วย
“เสี่ยวหลี มาที่พิกัดที่พี่ส่งให้หน่อย” เสียงเจียงมู่อวิ๋นดังขึ้น พร้อมกับพิกัดที่ปรากฏในช่องปาร์ตี้
เจียงหลีเยว่ตอบรับ แล้วมุ่งหน้าไปยังพิกัดนั้น
พิกัดนี้อยู่ในแถบทะเลทรายรกร้างบนที่ราบทางตะวันออกของหมู่บ้านเริ่มต้น พอเจียงหลีเยว่ไปถึงก็เห็นพี่ชายที่สวมชุดคลุมนักบวชสีขาว กับลู่ยวี่หวยที่สวมชุดคลุมจอมเวทสีน้ำเงินทันที
ลู่ยวี่หวยโบกมือเรียกเธอจากที่ไกล ๆ “เสี่ยวหลี—”
“รีบมานี่ ทางนี้ ๆ”
เจียงมู่อวิ๋นก็ยกมือโบกให้เช่นกัน
เจียงหลีเยว่ยิ้ม ดวงตากลมโตสีดำเป็นประกายโค้งลงคล้ายจันทร์เสี้ยว
“พี่! พี่ยวี่หวย!”
เธอวิ่งเหยาะ ๆ มาหาทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มสดใส
ลู่ยวี่หวยกวาดตามองเจียงหลีเยว่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ “ไม่คิดเลยว่าชุดนักฆ่าจะดูดีบนตัวเสี่ยวหลีขนาดนี้ สมแล้วที่เสี่ยวหลีเป็นสาวงามอันดับหนึ่งของบ้านเรา”
