แรงกดจากเท้าของเจียงหลีเยว่เพิ่มขึ้นอีก เธอขมวดคิ้วถามว่า “เทพอะไร พูดให้ชัด!”
เสิ่นจิ่งหมิงส่งเสียงอู้อี้จากลำคอ เลือดปนฟองผุดซึมตรงมุมปาก
ฤทธิ์ของยาสัจจะทำให้เขาควบคุมคำพูดของตัวเองไม่ได้
“ผมไม่เคยเห็นเทพ” เขาพูด เสียงแหบพร่าจนแทบขาดห้วง “เทพจะปรากฏต่อหน้ามนุษย์ธรรมดาง่าย ๆ ได้ยังไง... แต่ท่านชี้นำผม ให้ผมเห็นบางอย่าง แล้วก็มอบพลังนี้ให้ผม...”
เถาวัลย์ที่ถูกตัดขาดด้านหลังเขายังขยับกระตุกเบา ๆ
“เพราะงั้น ต้องเป็นเทพที่กำลังทดสอบผม เลือกผมให้มากอบกู้โลกนี้แน่!”
น้ำเสียงของเสิ่นจิ่งหมิงแฝงความคลั่งไคล้ผิดปกติ แม้แขนขาจะพิการและร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเลือด แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงลุกโชนด้วยความศรัทธาอันชวนให้รู้สึกขยะแขยง
“ซานสุ่ยต้องตาย!”
“นี่คือพระประสงค์ของเทพ!”
“ซานสุ่ยห้ามมีชีวิตอยู่!”
เจียงหลีเยว่ก้มมองคนใต้เท้า สีหน้าไม่ไหวติง ราวกับฟังเขาพูดเรื่องไร้สาระ
พระประสงค์ของเทพอะไรกัน?
หมอนี่สมองไม่ปกติ
เธอคร้านจะฟังคำพูดพวกนี้ต่อ จึงโน้มตัวตบหน้าเขาฉาดหนึ่ง “เทพให้อะไรนายมา”
เสิ่นจิ่งหมิงกัดฟันแน่น
เขาพยายามเม้มปากสุดชีวิต กล้ามเนื้อบนใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะต่อต้านฤทธิ์ยา
เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ ๆ อยู่สองสามครั้ง ก่อนเขาจะพ่ายแพ้ในที่สุด
“...ผลึกก้อนหนึ่ง”
“ในผลึกมีภาพคำทำนายอยู่ช่วงหนึ่ง สั้นมาก แต่ก็พอแล้ว... พอให้ผมเห็นว่าซานสุ่ยจะทำอะไร...”
เจียงหลีเยว่เลิกคิ้ว “เอาออกมา”
เสิ่นจิ่งหมิงไม่ขยับ
ยาสัจจะมีผลแค่บังคับให้พูดความจริง ไม่ได้ควบคุมการกระทำ
เขาไม่ยอมเอาออกมา
เจียงหลีเยว่ไม่เปิดโอกาสให้เขาลังเลแม้แต่น้อย
แววตาเธอเย็นเยียบลงฉับพลัน มือชักมีดสั้นจากเอวแล้วแทงฉับเข้าที่ลำคอของเขา
ไม่เอาออกมา? งั้นก็ตายซะ
“ผมเอาให้!!!” เสิ่นจิ่งหมิงไม่คิดว่าผู้หญิงตรงหน้าจะลงมือเด็ดขาดขนาดนี้ เมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร เสียงของเขาก็แหลมสูงจนผิดเพี้ยน “ผมเอาให้ ผมเอาให้ เดี๋ยวนี้เลย!!!”
ปลายมีดหยุดห่างจากลำคอไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร
เหงื่อเย็นหยดหนึ่งไหลจากคางของเสิ่นจิ่งหมิง ตกกระทบพื้น
ผู้หญิงบ้าคนนี้!
ผู้หญิงบ้าคนนี้เป็นใครกันแน่?
