“เข้าไปดูกัน ระวังตัวด้วย”
เจียงมู่อวิ๋นกำชับเสียงต่ำ พลางกำไม้เท้าเวทและคัมภีร์เวทในมือแน่น จากนั้นตรวจสอบสถานะของสัญญาร่วมเป็นร่วมตายอีกครั้ง เตรียมพร้อมเติมเลือดให้เจียงหลีเยว่กับลู่ยวี่หวยได้ทุกเมื่อ
พวกเขาค่อย ๆ เข้าไปใกล้ จนมาหยุดอยู่หน้าประตูใหญ่ของวิหารโบราณ
ประตูแง้มอยู่เล็กน้อย บานประตูสร้างจากโลหะสีเข้มชนิดหนึ่ง พื้นผิวสลักลวดลายแน่นขนัด
เจียงหลีเยว่ยื่นมือผลักประตู
มันไม่ขยับแม้แต่น้อย
อักขระบนประตูสว่างวาบขึ้นทันทีที่นางสัมผัส ก่อนจะดับลงอีกครั้ง พร้อมเสียงครางต่ำ ๆ
ราวกับกำลังพินิจดูนาง
เจียงมู่อวิ๋นกับลู่ยวี่หวยลองเข้าไปผลักตามลำดับ แต่ก็ยังเปิดประตูบานนี้ไม่ได้
“น่าจะต้องใช้อะไรสักอย่างถึงจะเปิดได้สินะ?” ลู่ยวี่หวยลูบคางพลางครุ่นคิด “ของที่ว่ามีโอกาสอยู่แถวนี้นะ ลองเดินหาให้ทั่วดีไหม?”
“จากประสบการณ์เล่นเกมมาหลายปีของฉัน ข้างในต้องมีของดีแน่ ๆ!”
เจียงมู่อวิ๋นพยักหน้าเห็นด้วย “อืม ลองหาดู”
“เดี๋ยวก่อน”
เจียงหลีเยว่เรียกทั้งสองคนไว้ จู่ ๆ ก็มีเมล็ดพันธุ์เปล่งแสงสีเขียวมรกตปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ
นางถือเมล็ดพันธุ์เดินเข้าไปใกล้ประตูอีกครั้ง
เมล็ดพันธุ์ในมือเปล่งแสงเจิดจ้าขึ้นทันที เชื่อมต่อกับอักขระบนประตู แสงสว่างไหลซึมเข้าไปในบานประตู แล้วประตูที่ไม่ว่าจะผลักอย่างไรก็ไม่ขยับกลับค่อย ๆ เปิดออกเอง
เสียงโลหะหนักเสียดสีกันก้องสะท้อนไปทั่วก้นหุบเขาอันเงียบสงัด
พื้นที่ภายในวิหารใหญ่กว่าที่เห็นจากด้านนอกหลายเท่า เพดานสูงลิบจนแทบมองไม่เห็นปลายสุด เสาหินหลายสิบต้นเรียงรายอยู่ทั้งสองด้าน แต่ละต้นสลักรูปตราเผ่าสัตว์ประหลาดต่าง ๆ ไว้อย่างสมจริง
เจียงหลีเยว่ก้าวเข้าไปในโถงใหญ่เป็นคนแรก
“โถงใหญ่ขนาดนี้... ต้องเป็นสิ่งปลูกสร้างระดับไหนกันนะ? พวกเราสร้างแบบนี้ไว้ที่ฐานที่มั่นบ้างได้ไหม? เท่สุด ๆ ไปเลย”
แววตาของลู่ยวี่หวยเต็มไปด้วยความอยากได้
