การพบเงาคนหลายร่างในเขตทะเลลึกเช่นนี้ เป็นเรื่องน่าขนลุกอย่างไม่ต้องสงสัย
เจียงหลีเยว่หรี่ตา ยังไม่ทันได้ระวังตัว ก็ได้ยินลู่ยวี่หวยที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทั้งสงสัยและตื่นเต้น
“จะเป็นนางเงือกหรือเปล่า?”
“?”
เธอหันไปมองลู่ยวี่หวย
แย่แล้ว พี่อวี่หวยแช่น้ำทะเลจนสมองบวมไปแล้วหรือไง
นางเงือกต้องมีหางปลาไม่ใช่เหรอ?
มองอย่างไรก็ไม่เห็นว่าเงาร่างพวกนั้นจะมีหางปลา
เจียงมู่อวิ๋นมองลู่ยวี่หวยอยู่สองวินาที ก่อนจะเบือนสายตาไปอย่างไร้อารมณ์
ปัญญาอ่อน
“ไม่น่าใช่นางเงือกนะครับ ท่านประธาน ผมไม่เห็นว่าพวกเธอจะมีหางเลย...” เหล่าเจี้ยนพึมพำตอบลู่ยวี่หวย แล้วคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเสริมว่า “อาจเป็นปีศาจมนุษย์ปลาที่เราเจอก่อนหน้านี้ก็ได้”
“ทุกคนระวังตัวไว้ เหล่าเจียง กางโล่ก่อน”
ลู่ยวี่หวยไม่ค่อยอยากยอมรับความจริงข้อนี้ น้ำเสียงที่พูดจึงฟังดูหมดแรงไปด้วย
เจียงมู่อวิ๋นขานรับ
โล่แสงสีขาวจาง ๆ แผ่คลุมทุกคนไว้ แสงอ่อนจากโล่กลืนไปกับแสงไฟฉายจนแทบแยกไม่ออก
เงาหลายร่างในความมืดดูเหมือนอยู่ใกล้มาก ทว่าพวกเขายืนรออยู่กับที่อย่างน้อยห้าหกนาที กว่าจะเข้ามาในวงแสงได้ในที่สุด
สิ่งแรกที่เจียงหลีเยว่เห็นชัด คือร่างสูงใหญ่ของผู้มาเยือน ซึ่งสูงเกือบ 1.8 เมตร
กล้ามเนื้อของพวกเขาเป็นมัดอย่างเห็นได้ชัด ผิวพรรณต่างจากมนุษย์ ไม่ใช่สีเหลืองขาวหรือดำอย่างที่พบเห็นทั่วไป แต่เป็นสีเทาอมม่วงทั่วทั้งร่าง เมื่ออยู่ใต้แสงจากโล่และไฟฉายก็ส่องประกายคล้ายมุก
ใบหน้าคมชัดและงดงาม ดวงตาสีเงินอมเทาใสกระจ่าง ใต้กรามทั้งสองข้างมีรอยโค้งจาง ๆ อย่างละรอย
ไม่ใช่นางเงือกจริง ๆ และก็ไม่ใช่ปีศาจมนุษย์ปลา
เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ที่พวกเขาไม่เคยพบมาก่อน
“ในที่สุดก็มีคนมาเสียที”
‘คน’ ที่เป็นผู้นำกวาดตามองพวกเขา ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาสีเงินอมเทาเผยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง แล้วตั้งคำถามชวนอึ้งว่า “พวกคุณฝีมืออ่อนขนาดนี้ได้ยังไง?”
ทุกคนถูกถามจนตั้งตัวไม่ทัน
