“ผมอนุมัติ!”
จากด้านหลังฝูงชน เสียงสุขุมกังวานพลันดังขึ้น
กู้เฉินอวี่ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากหน้าโต๊ะทำงานแถวหลัง
ในฐานะผู้ก่อตั้งและประธานชมรมธุรกิจ เขาคือบุคคลต้นแบบตัวจริงของแวดวงธุรกิจคนรุ่นใหม่ในหรงเฉิง อีกทั้งยังมีสถานะโดดเด่นเหนือใครในมหาวิทยาลัย
ทุกคนเงียบลงโดยไม่รู้ตัว
กู้เฉินอวี่ก้าวยาว ๆ เข้ามา ก่อนยื่นมือรับแบบฟอร์มสมัครเข้าชมรมจากฉีถงเหวย
ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษ ขีดเขียนเพียงสองครั้ง
ลงนามเสร็จเรียบร้อย
—ไม่สัมภาษณ์ ไม่ทดสอบ ไม่ซักถาม ไม่ต้องผ่านช่วงทดลอง
อนุมัติทันที!
กฎเหล็กในการรับสมาชิกของชมรมธุรกิจที่ต้องคัดกรองทีละขั้น ทั้งสอบข้อเขียน สัมภาษณ์ นำเสนอโครงการ และตรวจสอบประวัติ ในเวลานี้กลับไร้ความหมายไปเสียแล้ว
ทุกคนในห้องต่างกลั้นหายใจ
ก่อนที่ทุกคนจะทันได้สติจากการกระทำครั้งนี้ กู้เฉินอวี่ก็เงยหน้ากวาดสายตามองทั่วทั้งห้อง
“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
“ฉีถงเหวยจะดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของชมรมธุรกิจ”
เปรี้ยง!
เสียงสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึงดังระงมไปทั่วห้อง
ประธานกิตติมศักดิ์!
ตำแหน่งเกียรติยศสูงสุดที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่ก่อตั้งชมรมธุรกิจ และมีสถานะเทียบเท่าประธานชมรม!
ต้องรู้ไว้ว่ารองประธานประจำทั้งสองคน รวมถึงหัวหน้าและรองหัวหน้าทุกฝ่ายของชมรมธุรกิจ ล้วนเป็นสมาชิกแกนหลักรุ่นเก๋าที่ทุ่มเทมานานกว่าหนึ่งปี พาทีมลงแข่งขัน คว้ารางวัลระดับมณฑล และสร้างผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน
ต่อให้มีความสามารถหรือผลงานโดดเด่นแค่ไหน ก็ต้องค่อย ๆ สั่งสมประสบการณ์และสร้างผลงานไปทีละขั้น
