บทที่ 5 ผู้พิทักษ์กฎ
นอกจากตัวของเจียงสวินเอง ก็ไม่มีใครรู้อีกแล้วว่าหัวหน้าผู้พิทักษ์กฎเพิ่งจะได้ใช้ชีวิตวัยเกษียณไปแค่สิบสองชั่วโมง ก่อนจะต้องกลับมาสู่เกมหอคอยดำอีกครั้ง
แถมคะแนนของเขายังถูกล้างจนเกลี้ยง ต้องเริ่มต้นใหม่จากผู้พิทักษ์กฎชั้นล่างสุดอีกด้วย
ทว่าเจียงสวินกลับไม่ได้รู้สึกท้อแท้อย่างที่คิด
เซี่ยซูยังอยู่ในดันเจี้ยน เขาก็จะมีแรงจูงใจในการทำหน้าที่ผู้พิทักษ์กฎมากขึ้น อย่างน้อยก็คงไม่น่าเบื่อเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
นึกถึงตัวเองเมื่อเช้านี้ที่กำลังดื่มด่ำกับชีวิตหลังเกษียณอยู่เลย เจียงสวินก็อดรู้สึกห่อเหี่ยวใจไม่ได้
ความพยายามจะเกษียณล้มเหลวไม่เป็นท่า ถูกเรียกตัวกลับมาทำงานอีกแล้วทุกคน แต่นี่ไม่ใช่ความสมัครใจของตัวเองเลยสักนิด
เขาติดอยู่ในเกมนี้มาหลายปีนัก คนในหอคอยดำแทบทั้งหมดล้วนเป็นหน้าที่คุ้นเคยของเขา พอคิดว่าจะต้องกลับไปข้องเกี่ยวกับคนรู้จักบางคนอีก เจียงสวินก็ปวดหัวขึ้นมาทันที
หวังว่าคงจะไม่มีใครจำได้นะ เจ้าเกมหอคอยดำแสนชั่วร้าย...
...
เมื่อแสงสว่างกลับมาปรากฏเบื้องหน้าของเซี่ยซูอีกครั้ง เขาก็พบว่าตัวเองมาอยู่ในห้องลับแห่งหนึ่งแล้ว
ตามคำอธิบายของเสียงประหลาดเมื่อครู่ ตอนนี้ตนเองน่าจะกำลังเข้าสู่ "เกม" เกมหนึ่ง
เขายืนยันได้แล้วว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าในโลกนี้จะมีพลังอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ที่สามารถพาตัวเขาไปยังอีกสถานที่หนึ่งอย่างเงียบเชียบ
เขาสำรวจพื้นที่ภายในห้องลับไปพลาง นึกทบทวนคู่มือแนะนำเกมที่เพิ่งอ่านจบไปพลาง
ภายในหอคอยดำ มี "เกม" มากมายนับไม่ถ้วนให้ผู้เล่นได้เข้าร่วม หากผ่านด่านเกมได้สำเร็จก็จะได้รับพรสวรรค์เฉพาะตัว แต่ถ้าผ่านไม่สำเร็จ ร่างกายในโลกจริงก็จะตายในทันที
สิ่งที่เรียกว่า "ระบบ" นั่นบอกว่าไม่ต้องกังวล ไม่ว่าเขาจะอยู่ในเกมนานแค่ไหน ในโลกจริงก็จะผ่านไปไม่ถึงนาที และระหว่างนั้นหอคอยดำจะปกป้องความปลอดภัยในชีวิตในโลกจริงของพวกเขาเอง
เซี่ยซูไม่กลัวตาย เขาแค่เป็นห่วงว่า ถ้าตัวเองตายขึ้นมา แล้วเจียงสวินจะทำอย่างไร? เขาเห็นศพของตนแล้วจะกลัวไหม?
ถ้าตัวเองตาย แล้วชีวิตที่สุขสบายของเจียงสวินจะให้ใครมาคอยดูแลรับประกัน?
เขาจะตายไม่ได้ เขาต้องเอาชนะ "เกม" ให้ได้ และกลับไปยังโลกแห่งความจริงอย่างมีชีวิต
【ผู้รอดชีวิตประจำที่แล้ว ดันเจี้ยนสำหรับมือใหม่——เกมไพ่กำลังจะเริ่มแล้ว เพื่อเป็นการปกป้องมือใหม่ ภายในดันเจี้ยนมือใหม่จะไม่มี NPC และวิญญาณร้ายปรากฏ】
【ผู้พิทักษ์กฎได้เข้าสู่ระบบเกมแล้ว เกมนี้จะอยู่ภายใต้การรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์กฎหมายเลข 01982 แต่เพียงผู้เดียว ขอให้ผู้รอดชีวิตร่วมกันสร้างสันติภาพภายในดันเจี้ยนกับผู้พิทักษ์กฎ】
【ห้องไลฟ์สดเปิดแล้ว ผู้เล่นไม่สามารถมองเห็นได้】
เซี่ยซูบังคับจิตใจให้สงบลงอย่างรวดเร็ว กวาดสายตามองไปรอบๆ และวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าอย่างฉับไว
ที่นี่คือห้องลับห้องหนึ่ง กลางห้องมีโต๊ะกลมจัดวางอยู่ ผู้เล่นมือใหม่อีกห้าคนที่ถูกลากเข้าร่วมเกมเหมือนกับเขา ประกอบด้วยชายสองคนหญิงสามคน ต่างนั่งรายล้อมรอบโต๊ะกลมด้วยสีหน้างุนงง
หลังเสียงประกาศของระบบจบลง ชายหัวโล้นคนหนึ่งก็เอ่ยปากขึ้นก่อน "นี่... นี่มันที่ไหนกันแน่? ผันกำลังไปงานแต่งของเพื่อนสนิทอยู่แท้ๆ ไหงจู่ๆ ถึงมาโผล่อยู่ที่นี่ได้?"
หญิงสาวที่ผมยาวรวบสูงใส่เสื้อกล้ามสีดำดูจะใจเย็นกว่าชายหัวโล้นมากนัก จึงรีบอธิบายว่า
"ก็เห็นกันชัดๆนะคะ ว่าเราทุกคนถูกลากเข้ามาในเกมเสี่ยงตายนี้ ถ้าเกมล้มเหลว เราก็ต้องตาย ก่อนเข้ามา ระบบน่าจะส่งคู่มือแนะนำเกมให้คุณนะ คุณไม่ได้อ่านหรือคะ?"
ชายหัวโล้นในตอนนั้นเอาแต่ตะโกนโหวกเหวกโวยวาย ไม่ได้ดูหนังสือเส็งเคร็งเล่มนั้นแม้แต่น้อย ยามนี้จึงเริ่มตื่นตระหนก
"นี่...นี่เธอล้ออะไรเล่นน่ะ? เกมเสี่ยงตายอะไร? ใครมันกล้าฆ่าคน! นี่มัน...นี่มันสังคมที่ปกครองด้วยกฎหมายนะ!"
เขาจ้องเขม็งไปที่หญิงสาวผมรวบสูง "เธอรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงกันแน่? ฉันว่าพวกเธอนี่แหละเป็นพวกเดียวกับพวกคนร้ายที่ลักพาตัวเรา ฉันบอกให้รู้แล้วกัน รีบปล่อยพวกเรากลับไปเดี๋ยวนี้!"
หญิงสาวผมรวบสูงนั่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูง เธอกอดอกหัวเราะเย็นชาในลำคอ แล้วเบือนหน้าหนีไม่พูดอะไรอีก เธอเริ่มสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัวเช่นเดียวกับเซี่ยซู
เซี่ยซูมองดูเงียบๆ ไม่ได้เอ่ยปากพูด
ภายในห้องลับเงียบสงัดไปชั่วขณะ
ผู้คนไม่ได้เอ่ยปากสื่อสารกันในทันที แต่เหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
"ผู...ผู้พิทักษ์กฎทำไมยังไม่มาอีกล่ะ? ในกฎบอกว่า ถ้าไม่มีผู้พิทักษ์กฎก็เริ่มเกมไม่ได้นะ" ชายหนุ่มสวมชุดนอนที่แว่นสายตาพูดเสียงเบา
ดวงตาของเขาเหลือบมองไปทั่วทิศ น้ำเสียงสั่นเครือ เห็นได้ชัดว่ากำลังตึงเครียดอย่างมาก
ชั่ววินาทีที่สิ้นเสียง มุมหนึ่งของห้องลับก็สว่างโรจน์ขึ้นด้วยแสงสีน้ำเงิน พร้อมกันนั้น เสียงประกาศของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง——
【ผู้พิทักษ์กฎหมายเลข 01982 ประจำที่แล้ว ดันเจี้ยนเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว บัดนี้จะประกาศกฎของดันเจี้ยน——】
【1. ผู้เล่นห้ามดูหมิ่นเกมหอคอยดำ】
【2. ผู้เล่นห้ามดูหมิ่น ลวนลาม หรือทำร้ายผู้พิทักษ์กฎ】
【3. หากผู้รอดชีวิตฝ่าฝืนกฎสองข้อข้างต้น ผู้พิทักษ์กฎมีสิทธิ์สังหารผู้รอดชีวิต】
【5. ผู้รอดชีวิตสามารถเลือกที่จะโกงได้ หากการโกงสำเร็จ ผู้รอดชีวิตจะได้รับคะแนนพิเศษเพิ่มเติม ส่วนผู้พิทักษ์กฎจะได้รับบทลงโทษที่เท่าเทียมกัน แต่หากถูกผู้พิทักษ์กฎจับได้ จะถือว่าการโกงล้มเหลว ผู้พิทักษ์กฎจะได้รับคะแนนพิเศษ และมีสิทธิ์จัดการผู้ที่โกง (กฎนี้มีผลเฉพาะดันเจี้ยนนี้เท่านั้น)】
【4. หลังจากมีผู้เสียชีวิตสองรายหรือผู้พิทักษ์กฎเสียชีวิต เกมจะสิ้นสุด (กฎนี้มีผลเฉพาะดันเจี้ยนนี้เท่านั้น)】
ทันใดนั้น รูม่านตาของเซี่ยซูก็หดตัว
ต้องมีผู้เสียชีวิตสองรายหรือผู้พิทักษ์กฎตายเท่านั้น เกมถึงจะจบงั้นหรือ?
สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงในทันใด
ระบบให้ทางเลือกพวกเขา——เดินตามกฎของเกม เมื่อมีผู้เล่นเสียชีวิตสองรายก็ผ่านด่าน หรือไม่ก็ฆ่าผู้พิทักษ์กฎให้จบเกมไปเลย
เขาหันไปมองผู้เล่นคนอื่นๆ ในทันที
เป็นไปตามคาด ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ตระหนักถึงจุดนี้ หลังจากได้ยินกฎข้อสุดท้าย แทบทุกคนเปลี่ยนสีหน้าไปพร้อมกัน แววตาที่มองมายังแสงสีน้ำเงินก็เปลี่ยนไป
ผู้พิทักษ์กฎ...
ก็หมายความว่า ถ้าฆ่าผู้พิทักษ์กฎคนนี้ พวกเขาก็จะผ่านเกมได้ในทันทีงั้นหรือ?
สิ้นเสียงประกาศกฎ แสงสีน้ำเงินในห้องลับก็ค่อยๆ จางหายไป ปรากฏร่างของบุคคลผู้หนึ่งออกมา
"พวกคุณสวัสดีครับ ผมคือผู้พิทักษ์กฎ 01982 เกมต่อจากนี้ จะอยู่ภายใต้การดูแลของผม"
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งปรากฏกายต่อหน้าทุกคน เขาแต่งกายเรียบๆ กางเกงขายาว รองเท้าบูตสั้น ดูอ่อนวัยอย่างยิ่ง ใบหน้าเด่นสะดุดตา โครงหน้าคมคายและเครื่องหน้าละเอียดประณีต
เสื้อคลุมยาวสีทองขาวประจำตำแหน่งผู้พิทักษ์กฎถูกเขาสวมไว้บนบ่าอย่างไม่ใส่ใจ แม้จะเป็นเครื่องแต่งกายที่ดูธรรมดา แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่มกลับชวนให้ต้องมองอย่างช่วยไม่ได้
เขามีรอยยิ้มบนใบหน้า ภาพแรกที่สัมผัสได้คือความเป็นมิตร อ่อนโยน และดูคุยง่าย
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์อดที่จะเกิดความคลางแคลงใจขึ้นมาไม่ได้——นี่คือผู้พิทักษ์กฎงั้นหรือ?
ดูท่าทางแล้ว...เหมือนจะอ่อนแอมากเลย