เธอหอบหายใจอย่างหนัก ร่างทั้งร่างสั่นระริกราวกับปลาที่ใกล้ตาย จ้องถังกั่วเขม็ง ราวกับอยากให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเธอเจ็บปวดเพียงใด
ถังกั่วเบือนหน้าหนีอย่างไร้อารมณ์ “งั้นเธอก็เลือกโจวจวิ้น ใช้เขาเป็นมีดของเธอสินะ”
เหวินซินเยว่ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้าอย่างลวก ๆ
“ฉันขาดซุนเยว่ไม่ได้”
เธอพูดประโยคนี้อย่างตรงไปตรงมาแต่เจียมตัว แถมยังหัวเราะเยาะตัวเองออกมาด้วย
“เขามีเงิน มีฐานะ มอบชีวิตที่มีหน้ามีตาอย่างที่ฉันเคยใฝ่ฝันให้ฉัน ฉันถึงได้อดทนมาตลอด”
มือที่เว่ยรั่วเฟยใช้จับปากกาชะงักไป เขาถามต่อเสียงเข้ม “งั้นเธอก็เลือกทนกับการนอกใจของเขา ถึงขั้นทนให้เขามีความสัมพันธ์คลุมเครือกับผู้ชายด้วยกัน ทั้งหมดก็เพราะหลงใหลในทรัพย์สินของเขางั้นเหรอ”
“ใช่”
เหวินซินเยว่พยักหน้าโดยไม่ลังเล แววตาเย็นชาและเป็นจริงเป็นจัง “ฉันทนได้ที่เขาไม่รักฉัน ทนได้แม้เขาจะเป็นเกย์ที่น่าขยะแขยง! เขาอยากให้ฉันทำเด็กหลอดแก้ว ฉันก็ฉีดยาไม่รู้ตั้งกี่เข็ม แต่พอมีลูกไม่ได้ เขากลับจะทิ้งฉัน มันยุติธรรมตรงไหน”
เธอเผชิญหน้ากับสายตาของทั้งสองคนอย่างเปิดเผย ในดวงตาเต็มไปด้วยคำถามต่อการแต่งงานอันเหลวไหลครั้งนี้
ถังกั่วพยักหน้าอย่างพอใจกับความตรงไปตรงมาของเธอ “งั้นยืนยันตามนี้นะ เธอรับสารภาพว่าเป็นคนบงการให้โจวจวิ้นฆ่าคน ใช่ไหม”
เหวินซินเยว่หัวเราะเยาะตัวเอง ไม่รู้ว่ากำลังหัวเราะเยาะใคร “จะเรียกว่าบงการได้ยังไง เขามันโง่เอง ผู้ชายสองคนรักกันถึงขนาดนี้ บ้าจริง ๆ”
“ตามกฎหมายของประเทศเรา เธอเข้าข่ายยุยงให้ผู้อื่นกระทำความผิด ไม่จำเป็นต้องพูดตรง ๆ ว่าให้เขาไปฆ่าใครถึงจะนับว่าเป็นการยุยง” ถังกั่วพูดจบก็กลับไปนั่งที่เดิมแล้วเริ่มเก็บข้าวของ
