บ้านถูกเก็บกวาดอย่างเรียบร้อย พื้นสะอาดไร้ฝุ่น มองดูแล้วเหมือนห้องตัวอย่างที่ตกแต่งอย่างประณีต เพียงแต่ภายในบ้านมืดสลัวเพราะไม่ได้เปิดไฟ
โจวจวิ้นนั่งอยู่บนพื้นตรงปลายเตียง สีหน้าไร้อารมณ์ขณะมองแหวนสองวงที่เหมือนกันทุกประการในมือ แววตาชาเฉยปนความเจ็บปวด
ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอดีตผุดย้อนขึ้นมาในหัวไม่หยุด
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกะทันหัน เขาราวกับไม่ได้ยิน ผ่านไปพักใหญ่กว่าจะได้สติ แล้วค่อย ๆ เงยหน้ามองโทรศัพท์ที่สั่นไม่หยุด
เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
นิ้วของเขากดปุ่มรับสาย
เสียงร้อนรนของเหวินซินเยว่ดังมาจากปลายสาย “รีบออกจากเต๋อหงเดี๋ยวนี้ ไปพม่า แบบนี้ตำรวจก็จับนายไม่ได้แล้ว”
โจวจวิ้นขยับริมฝีปากที่แห้งแตกเป็นขุย เสียงแหบพร่าเอ่ยว่า “...เธอเป็นคนบอกตำรวจใช่ไหม”
เหวินซินเยว่ชะงักไป ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้น “ตอนนี้พูดเรื่องพวกนั้นไปแล้วมีประโยชน์อะไร ถ้าฉันคิดจะทำร้ายนายจริง แล้วจะเตือนนายทำไม รีบเก็บของหนีไปเร็วเข้า! อย่าติดต่อกันอีก”
พูดจบ เธอก็วางสายโดยไม่รอให้โจวจวิ้นตอบ
โจวจวิ้นยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับ
เขาเพียงกำมือแน่น กอบแหวนสองวงไว้ในฝ่ามือ หลับตาพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล แต่กลับมีน้ำตาเอ่อออกมาจากหางตา
เมื่อถังกั่วพาคนมาถึงหมู่บ้านจัดสรร เธอก็สั่งปิดล้อมทางเข้าออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แม้แต่หน้าต่างชั้นล่างก็ส่งคนไปเฝ้าไว้ เพราะกลัวว่าโจวจวิ้นจะจนตรอกจนตัดสินใจกระโดดตึก
จากนั้นจึงพาคนไปถึงหน้าบ้านของโจวมิงหยาง
