ถังกั่วไม่มีอารมณ์ใดปรากฏในดวงตา เธอถอนสายตากลับอย่างเรียบเฉย แล้วหันไปมองกู้ไค้ “คุณจัดการเถอะ ฉันจะยื่นเรื่องการหลีกเลี่ยงคดี”
“คุณจะไม่ยุ่งจริง ๆ เหรอ” หยางจั่วเบิกตากว้าง
เขาไม่รู้เรื่องในครอบครัวของถังกั่ว แค่รู้สึกว่าหัวหน้าถังใจแข็งเกินไป พ่อตายทั้งคนยังสงบนิ่งได้ขนาดนี้
ถังกั่วยิ้ม “ฉันจะไปยุ่งอะไร รอให้โดนลงโทษทางวินัยหรือไง”
เธอล้วงมือทั้งสองข้างใส่กระเป๋า ทำท่าราวกับไม่เกี่ยวข้อง แล้วพูดว่า “อย่างมากฉันก็ไปสอบถาม ทำบันทึกปากคำ แล้วช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ”
พูดจบ เธอก็มองถนนสองข้างทาง “ฉันว่าแถวนี้มีถนนอยู่แค่เส้นเดียว ผู้ตายเพิ่งเสียชีวิต คนร้ายน่าจะยังอยู่แถวนี้ อาวุธก็น่าจะยังอยู่ในมือ รอบ ๆ ยังมีทั้งชาวบ้านกับนักท่องเที่ยว ถ้าทำให้ใครตกใจจะไม่ดี ถ้าหาบนถนนไม่เจอ ก็ลองดูแถวภูเขารอบ ๆ”
พูดจบ เธอก็เดินไปทางที่พักตากอากาศชนบท แล้วเรียกหลินเฟิงให้ตามไปหาผู้แจ้งเหตุเพื่อทำบันทึกปากคำ
ซ่งสิงจื่อเห็นท่าทีของเธอแล้วก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
เขานึกว่าเธอจะไม่ยุ่งอะไรจริง ๆ แต่ก่อนจากไป เธอยังตั้งใจบอกข้อวิเคราะห์ของตัวเองให้ทุกคนฟัง
พอฟังจบ กู้ไค้ก็รีบไปกับหยางจั่วเพื่อจัดการปิดถนนโดยรอบ ที่พักตากอากาศชนบทแถบนี้มีพื้นที่กว้างพอสมควร แถมยังมีภูเขาลูกใหญ่อยู่ข้าง ๆ ถ้าคนร้ายหนีเข้าไปในป่า พวกเขาคงจับตัวยาก หยางจั่วมีกำลังคนไม่พอ จึงรีบโทรศัพท์เรียกกำลังเสริมทันที
ไม่นาน การค้นหาแบบปูพรมก็เริ่มขึ้น
ซ่งสิงจื่อพาศพของถังจื้อหมิงกลับไปที่สถานีเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด
ทางด้านถังกั่ว เธอพาหลินเฟิงเข้าไปในที่พักตากอากาศชนบท แล้วพบป้าที่โทรแจ้งเหตุ เธอปลอบอีกฝ่ายก่อนว่า “ไม่ต้องกังวลนะคะ คนร้ายต้องถูกจับได้ในเร็ว ๆ นี้แน่ ช่วยบอกเราหน่อยว่าคุณเห็นผู้ตายตอนกี่โมง”
