“ท่านอาจารย์ ศิษย์ก็อยากไปดูด้วยตาตนเองสักครั้ง ว่าใครกันที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง กล้ามาก่อเรื่องในตระกูลเล่อของพวกเรา”
เล่อเทียนชื่อประสานมือคารวะ เมื่อเห็นจี้ป๋อเหรียนโบกมือ นางจึงเดินตามบิดาไป
ทั้งสองเดินผ่านลานด้านหน้า ด้านหลังมีแขกที่ใคร่รู้ตามมาด้วยจำนวนมาก รวมถึงองครักษ์อีกสิบกว่านาย
ลานใหญ่ตระกูลเล่อ
สตรีทั้งสี่ที่อยู่ด้านหลังเฉินเสียวเรียงแถวเป็นแนวเดียวกัน ยังคงใช้ผ้าคลุมหน้าปิดบังใบหน้า พลังกดดันของพวกนางซ่อนเร้นอยู่ภายใน
เล่อเจิ้งสงกวาดตามองคนหลายคนในลาน ก่อนจะมองไปยังเล่อเหยาที่ถอดผ้าคลุมหน้าออกแล้ว
“ท่านอารอง ไม่ได้พบกันนาน”
นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว
“ข้านึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็นดาวร้ายอย่างเจ้านี่เอง!”
หลังเห็นใบหน้าของเล่อเหยาชัดเจน เล่อเทียนชื่อก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา
“อะไร นี่เจ้าออกไปขอทานข้างนอกจนไม่ไหวแล้วหรือ ถึงได้ฉวยโอกาสในวันแต่งงานของข้า พาพวกหมาแมวไร้ค่ากลับมาเกาะกิน?”
“ท่านอารอง ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากถาม”
เล่อเหยาไม่แม้แต่จะมองเล่อเทียนชื่อ สายตาจับจ้องเล่อเจิ้งสงโดยตรง
“ปีนั้นท่านปู่ออกไปข้างนอกแล้วประสบอันตราย เป็นฝีมือของพวกท่านหรือไม่?”
เล่อเจิ้งสงขมวดคิ้ว ทว่าเล่อเทียนชื่อกลับหัวเราะพรืดออกมา
“ใช่แล้วจะอย่างไร ไม่ใช่แล้วจะอย่างไร?”
“ใครใช้ให้ตาแก่นั่นลำเอียงเข้าข้างบุตรชายคนโต ไม่ยอมยกตำแหน่งประมุขตระกูลให้บิดาข้าเล่า”
เล่อเทียนชื่อเบ้ปากอย่างไม่ใส่ใจ
“เล่อเหยา ตาแก่นั่นหาที่ตายเอง”
“พ่อแม่ของเจ้าก็สมควรตาย จะโทษก็โทษที่พวกเขาขวางทางพวกเรา”
“ยอมรับก็ดีแล้ว”
เล่อเหยาหลับตาลงชั่วครู่ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในดวงตาก็เต็มไปด้วยจิตสังหารเย็นเยียบ
“เช่นนั้นวันนี้ ข้าจะทวงความเป็นธรรมนี้คืนให้ท่านปู่ ให้พ่อกับแม่ของข้า!”
“ฮ่า ๆ ๆ! หรือเจ้าคิดว่าจะทำได้ด้วยรากวิญญาณห้าธาตุปนเปอันไร้ค่าของเจ้า?”
