ฟู่เสวี่ยเยี่ยนยังคงยืนอยู่ที่เดิม
ไป๋จือจือเดินมาหาเขา ทำความสะอาดแผลให้จนเสร็จ แล้วรออีกสองสามนาทีให้แอลกอฮอล์ระเหยหมด ผิวรอบแผลแห้งสนิท ไม่มีความชื้นหลงเหลือ จากนั้นจึงแกะพลาสเตอร์ยาออกและแปะลงบนตำแหน่งแผลอย่างพอดี
ปลายนิ้วของเธอแนบอยู่บนผิวตรงง่ามนิ้วหัวแม่มือของเขา ผ่านพลาสเตอร์ยาบาง ๆ ชั้นนั้น
เธอสัมผัสได้ถึงความแน่นกระชับและไออุ่นจากผิวบริเวณนั้น
มือของเขาใหญ่มาก
ใหญ่จนแม้เธอจะแผ่ฝ่ามือทั้งข้างวางลงบนฝ่ามือเขา ก็ยังปิดได้ไม่มิด
ไป๋จือจือแปะพลาสเตอร์ยาเรียบร้อยแล้ว
เธอไม่ได้ปล่อยมือในทันที ปลายนิ้วยังค้างอยู่บนมือของฟู่เสวี่ยเยี่ยนอีกสองวินาที
จากนั้นเธอก็เงยหน้า ดวงตารูปเมล็ดซิ่งจ้องมองใบหน้าของฟู่เสวี่ยเยี่ยนตรง ๆ
“พี่ชาย”
เสียงของไป๋จือจือนุ่มนวล แต่ไม่ใช่ความนุ่มแบบออดอ้อน หากเป็นความนุ่มนวลที่จริงจังและแฝงความหนักแน่น
“ชานมแก้วนั้นลูกพี่ลูกน้องของหลี่เจี๋ย โจวอี้หราน ซื้อให้ฉันกับหลี่เจี๋ยค่ะ”
น้ำเสียงของเธอสงบนิ่งและตรงไปตรงมา ทุกคำชัดเจนถ้อยชัดคำ
“ฉันไม่สนิทกับเขา ดื่มไปแค่คำเดียวเองค่ะ”
ไป๋จือจือตั้งใจเน้นเสียงคำว่า ‘ไม่สนิท’ เป็นพิเศษ
จากนั้นเธอปล่อยมือฟู่เสวี่ยเยี่ยน ก้มลงหยิบนมสตรอว์เบอร์รีที่วางอยู่ข้าง ๆ เสียบหลอดแล้วเงยหน้าขึ้นดูดอึกใหญ่ต่อหน้าสายตาของเขา
บรรจุภัณฑ์สีชมพู หลอดสีชมพู ริมฝีปากของไป๋จือจือเม้มรอบหลอดจนยื่นน้อย ๆ แก้มตอบลงเล็กน้อยเพราะออกแรงดูด ดวงตารูปเมล็ดซิ่งโค้งเป็นเสี้ยวจันทร์สองดวงใต้แสงไฟ
