ฟู่เสวี่ยเยี่ยนกำลังจะเอ่ยปาก
มีคนในฝูงชนสังเกตเห็นพวกเขา จึงขยับหลีกทางให้โดยไม่ต้องมีใครบอก
แล้วไป๋จือจือก็เห็นหลินเนี่ยนเนี่ยนยืนอยู่ทางขวามือของบอร์ดประกาศไม่ไกลนัก โดยมีซูฉิงอยู่ข้างกาย
ไม่นานหลินเนี่ยนเนี่ยนก็สังเกตเห็นฟู่เสวี่ยเยี่ยนเช่นกัน
ทันทีที่เห็นเขา สีหน้าของเธอก็กลับมาเปี่ยมด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนอันไร้ที่ติ ราวกับมีใครกดสวิตช์
เธอจูงซูฉิงเดินเข้ามาอย่างสง่างามและสำรวม ชายเสื้อชุดนักเรียนพลิ้วไหวเบา ๆ ตามสายลมอ่อน
“พี่เสวี่ยเยี่ยน” หลินเนี่ยนเนี่ยนหยุดยืน เงยหน้ามองเขาเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มจริงใจพอดิบพอดี “ยินดีด้วยนะ ได้ที่หนึ่งอีกแล้ว”
ฟู่เสวี่ยเยี่ยนขานรับสั้น ๆ
จากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดต่อ เพียงหันไปถามทางไป๋จือจือว่า “เธอสังเกตผลสอบของไป๋จือจือหรือเปล่า”
ใจความสำคัญของประโยคนี้ไม่ได้อยู่ที่คำว่า ‘ผลสอบ’ แต่อยู่ที่ ‘ไป๋จือจือ’
เขาไม่ได้ถามว่า ‘เธอได้กี่คะแนน’
ไม่ได้พูดว่า ‘ครั้งนี้เธอได้ที่สามแล้วนะ’
ถึงขั้นไม่ได้ทำตามมารยาททางสังคมทั่วไป ด้วยการถามไถ่เรื่องอันดับของเพื่อนหญิงที่เติบโตมาด้วยกันก่อน
ปฏิกิริยาแรกของเขาคือถามหลินเนี่ยนเนี่ยนว่าได้สังเกตผลสอบของไป๋จือจือหรือไม่
ไป๋จือจือยืนอยู่ทางขวามือของฟู่เสวี่ยเยี่ยน จึงเห็นแววไม่พอใจที่วูบผ่านดวงตาของหลินเนี่ยนเนี่ยนได้อย่างชัดเจน
รวดเร็วมาก เร็วจนถ้าไป๋จือจือไม่ได้จับตาดูอยู่ตลอดก็คงไม่มีทางสังเกตเห็น
เหมือนระลอกคลื่นวงหนึ่งที่เกิดจากก้อนกรวดตกกระทบผิวน้ำ แม้จะจางหายไปในพริบตา แต่ผิวน้ำก็เปลี่ยนรูปไปแล้ว
